กรณีตัวอย่าง บัวหิมะ + น้ำมัน flaxseed พลังรักษาสิวร่วมกัน

กรณีตัวอย่าง บัวหิมะ + น้ำมัน flaxseed พลังรักษาสิวร่วมกัน

วันนี้ รู้สึกว่า อยากจะอ่านเกี่ยวกับ Omega 3 ค่ะ ก็เลย google ดู

แต่ก่อนหน้านั้น บีมได้ ค้นหาเกี่ยวกับว่า kefir หรือบัวหิมะ จะช่วยเรื่องรอยด้วยมั้ย

ได้ ผลการค้นหาออกมาอันนึง ซึ่งบีมคิดว่า เป็นการต่อยอดความรู้ไปอีกค่ะ แต่มันไม่ได้ตอบคำถามบีมว่าบัวหิมะรักษารอยมั้ย แต่เป็นผลการค้นหาที่คิดว่าคุ้มค่าค่ะ

ที่ว่าคุ้มค่าคือ นอกจากจะได้คำยืันยันเพิ่มเติมว่า บัวหิมะใช้รักษาสิวได้แล้ว ก็ยังได้้้ข้อมูลอีกว่า การทาและดื่มบัวหิมะร่วมกับการทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น Flaxseed (เมล็ดปอ) ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่า เมล็ดนี้โอเมก้า 3 สูงสุดค่ะ (ถ้าไม่สุดก็อยู่ต้น ๆค่ะ) น่าจะทำให้ได้ผลเร็วมากยิ่งขึ้น

ที่ เจ๋งกว่านั้น คือ ผู้หญิงคนนี้ (แม่และลูกอีก 2 คนเป็นสิวหมด และหายเหมือนกันหมดภายใน 3 สัปดาห์ค่ะ โดยกินและทาบัวหิมะร่วมกับกินน้ำมัน flaxseed) ได้อ้างอิงถึง Dr. Johanna Budwig ซึ่ง เป็นผู้ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไขมันและมะเร็ง และที่รู้สึกทึ่งคือ ดร.คนนี้ได้ใช้วิธีการเหมือนกับที่เราใช้รักษาสิวกันนี้ คือ หลัก น.ส. 4 อ. ร่วมกับการกิน flaxseed oil พร้อมกับโปรตีนหรือโยเกิร์ต (อาหารโปรตีนสูง) แล้วทำให้คนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายที่หมอบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินกี่ ชั่วโมง

เธอก็เอาคนนั้นล่ะคะ่มารักษาด้วยวิธีของเธอ

ปรากฎว่าคนไข้ดีขึ้นภายใน 3 วันและไม่ตาย

(ถ้าบีมสรุปข้อมูลมาผิดก็แย้งได้นะคะ แต่ที่ไม่ผิดแน่ ๆ ก็คือ หลักการรักษาค่ะ)

ผลงานวิจัยของเธอนั้นบอกว่า เธอได้ตรวจตัวอย่างเลือดของคนหลายพันคน และได้ข้อสรุปมาว่า

“คนที่มีสุขภาพดีจะมีโอเมก้า 3 มากกว่าคนที่ป่วย”

แล้วเกี่ยวยังไงกับเรา?บี มยังไม่ขอลงรายละเอียดที่นี่นะคะ แต่จะขอยกเคสที่เค้าเอามาโพสต์ในกระทู้เรื่องสิว ที่ว่ากินบัวหิมะ ร่วมกับ Flaxseed oil แล้วทำให้สิวหาย

ซึ่งหากอ่านจบแล้ว บีมอยากให้เพื่อน ๆ ตั้งสติก่อนนะคะ ไปอ่านสรรพคุณของ flaxseed พร้อมทั้งประเภท และค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่น่าจะเกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อ

จำไว้นะคะว่า เราต้องศึกษาก่อนออกสนาม

เพราะ flaxseed เค้าทำขายหลายรูปแบบ ทั้งแบบกลั่นออกมาเป็นน้ำมัน (เหมือนกับน้ำมันมะกอกแบบนั้นล่ะค่ะ) แบบเม็ดอาหารเสริม แบบเมล็ด (ดั้งเดิมของมัน) และเราต้องดูอีกว่า มันสามารถสลายไปในกระบวนการผลิตได้มั้ย?

บีมมีบทแปลอำนวยความสะดวกให้เพื่อน ๆ นะคะ

Caucasian Kefir, a natural, God given, pro-biotic drink (which you ferment yourself with the Kefir culture grain in milk, so it’s dirt cheap!!) to fix skin problems and many many more ailments from the inside out.

บัว หิมะคอเคเซียน เครื่องดื่มจุลินทรีย์ธรรมชาติที่สวรรค์ประทานมา (ที่หมักได้เองด้วยเชื้อบัวหิมะในนม ถูกมาก) เพื่อรักษาโรคผิวหนังและโรคอื่น ๆ จากภายใน

It will treat acne much faster than Roaccutane, and has no known side effects, you can’t beat nature!!! Search the internet for “Caucasian Kefir.” Some people give it away free if you can’t find it free search at ebay or other online sites that sell it.

มัน รักษาสิวได้เร็วกว่าโรแอคคิวเทนเสียอีก และไม่มีผลข้างเคียงด้วย คุณสู้ธรรมชาติไม่ได้หรอก!! ค้นหาในอินเตอร์เน็ตด้วยคำว่า “บัวหิมะคอเคเซียน” คุณจะพบว่าบางคนก็แจกจ่ายมาฟรี ๆ หรือถ้าหาไม่ได้ ก็ไปที่อีเบย์หรือเว็บไซท์อื่น ๆ ที่เค้าขายกันก็ได้

Here is a testimonial Posted: Sat Dec 01, 2007 5:03 am Post subject: Acne gone in three weeks, wow!!

นี่เป็นคำยืนยันจากการใช้ โพสต์เมื่อเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2007 เวลาตี 5:03 หัวข้อ สิวหายใน 3 สัปดาห์ ว้าว!!

I’m 49 years old and developed acne in my early 40’s. My son had acne as a teenager and went on roaccutane (horrific drug).

ฉันอาุยุ 49 ปีและเริ่มมีสิวเมื่อฉันเริ่มเข้าสู่วัย 40 ลูกชายของฉันก็มีสิววัยรุ่นและกินโรแอคฯ (ยายอดแย่)

It cured his acne, but I certainly wouldn’t recommend it.

มันก็ช่วยเรื่องสิวของเค้านะ แต่ฉันไม่แนะนำแบบนั้นแน่ ๆ

My daughter had serious cystic acne and wanted to go on roaccutane as well recently, which I was very much against, but she is 20 years old and has suffered for years.

ลูก สาวของฉันมีปัญหาสิวหนองอย่างรุนแรงและกินโรแอคฯเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งฉันต่อต้านมาก ๆ แต่ตอนนี้เธออายุ 20 ปีแล้วและก็ทรมานกับมันมานาน

It has scarred her back, chest, her upper arms, and of course her face. I couldn’t understand why we had this problem, because we have the perfect diet (I thought).

มันทำให้ หลัง แขนส่วนบน และหน้าเป็นรอยแผลเป็น ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเราถึงมีสิว เพราะเรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ (ฉันคิดว่างั้นนะ)

I was diagnosed with stage four breast cancer five years ago and we did a drastic change of diet, as in extreme healthy.

ฉัน ถูกวินิจฉัยเมื่อห้าปีก่อนว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 และหลังจากนั้น พวกเราก็เปลี่ยนรูปแบบการกินโดยสิ้นเชิงมาเป็นแนวสุขภาพมาก ๆ

Also, there is no history of skin disorders on either side of the family. The skin problems, however, persisted.

และในประวัติครอบครัวของเราก็ไม่มีใครเป็นสิวด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ฉันและลูก ๆ ก็ยังคงมีสิวอยู่

Four months ago I started making kefir with kefir grains that I bought on the internet… if you google you will find several suppliers. Also some people will send them for free.

สี่ เดือนที่แล้ว ฉันเริ่มกินบัวหิมะที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต…ถ้าหากคุณกูเกิ้ลดู คุณจะเจอซัพพลายเออร์หลายเจ้ามาก ๆ และบางคนก็ไม่คิดเงิน

I happened to start taking Udo’s oil and fish oil at the same time. It was a coincidence. My skin was clear within three weeks.

และ ฉันก็เริ่มกินน้ำมันอูโด (บีมคิดว่าเป็นน้ำมันที่ถือว่าเกรดดีต่อสุขภาพมาก ๆ สำหรับฝรั่งนะคะ เห็น Seppo ก็พูดถึง) และก็กินน้ำมันปลาในเวลาเดียวกัน มันบังเิอิญมากค่ะ สิวของฉันหายใน 3 สัปดาห์

My daughter had just finished a course of antibiotics for her skin (very much against my wishes as I think that in most cases antibiotics are a waste of time and dangerous to boot), and was clamouring for the roaccutane.

ลูก สาวของฉันพึ่งจะกินยาปฏิชีวนะครบโดส (ฉันไ่ม่อยากให้กินเลย เพราะฉันคิดว่ายานี่ทำให้เสียเวลาและก็อันตรายด้วย) และเรียกร้องจะกินโรแอคฯ

I had to persuade her to use the kefir and flx oil/fish oil combination. She’s used to me trying out all sorts of combinations over the years.

ฉันต้องหว่านล้อมเธอให้ใช้บัวหิมะและกินน้ำมันปอ (flax oil) หรือน้ำมันปลาด้วยกัน แต่เธอก็ยังลองอย่างอื่นอีกหลายปี

Finally she gave in and within three weeks (NOT kidding here, it happened so fast, just like for me) she was clear. We drink the kefir and take the oils at the same time.

สุด ท้ายเธอก็ยอมและภายใน 3 สัปดาห์ (ไม่ได้ล้อเ่ล่นนะ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนของฉันเลย) หน้าก็หายจากสิว เราดื่มบัวหิมะและน้ำมันที่ว่านันไปพร้อม ๆ กัน

I looked up ‘Kefir Flax oil’ in google and came up with Dr. Johanna Budwig, who was a German scientist who claimed to cure cancer with a flaxseed/quark (kefir, cottage cheese…) combination.

ฉัน กูเกิ้ลดู น้ำมันปอบัวหิมะ และก็มาเจอ ดร.โจฮันน่า บัดวิก (บีมสะกดถูกมั้ยเนี่ย) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ซึ่งประกาศว่าสามารถรักษามะเร็งได้ด้วยการกิน เมล็ดปอ (flaxseed) และโปรตีน (บัวหิมะ และชีส…)

It sounds far-fetched but actually she was nominated for a noble prize six times. Alot of info on good fats/oils was discovered by her.

ดูเหมือนเกินจริง แต่ว่าเธอได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับรางวัลโนเบลถึง 6 ครั้ง มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับไขมัน/น้ำมันที่เธอได้ค้นพบ

On top of clearing our skin beautifully (no lumps, bumps, irritations of any kind… we have great energy.

ยิ่งไปกว่าการมีผิวสวย (ไม่มีตุ่ม ปุ่ม การระคายเคืองใด ๆ ) เรามีพลังงานเหลือเฟือ

This has worked for us and I wanted to share it.

นี่เป็นสูตรที่เราใช้แล้วหายและฉันต้องการแบ่งปันให้กับคุณ

Caucasian Kefir cultured milk instructions:

วิธีทำนมหมักบัวหิมะ:

From Barry Hilton who has been using Kefir for many years. Acne and Excema Treatment:

จาก แบรี่ ฮิลตันผู้ซึ่งใช้บัวหิมะมาเป็นเวลาหลายปีในการรักษาสิวและโรคเรื้อนกวาง

Drink half a litre daily; moreover, rub some (36/48 hrs fermented Kefir Cultured Milk) into the affected areas.

ดื่มนมหมักครึ่งลิตรต่อวัน และถูนมหมักบางส่วน (หมัก 36 หรือ 48 ชั่วโมง) บริเวณที่เป็นสิวหรือโรคผิวหนัง

LEAVE CRUST (which forms) dry and do not remove at night. Clean off the following morning.

ปล่อยให้มันเคลือบผิวอย่างนั้นล่ะ ไม่ต้องล้างออกในตอนกลางคืน ค่อยมาล้างตอนเช้าของอีกวัน

Even some cases of severe excema heals after 4 days and you will be amazed how quickly it will treat Acne. (18/24 hrs fermented Kefir Culture Milk).

โรคเรื้อนกวาง (ที่ว่ารักษายาก – ที่บีมรู้เพราะแฟนบีมเป็นค่ะ หมอที่ไหนก็บอกว่าไม่หาย) ดีขึ้นภายใน 4 วัน และคุณจะแปลกใจที่มันรักษาสิวได้เร็วมาก ๆ (โดยใช้นมหมัก 18 หรือ 24 ชั่วโมง)

จาก http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080226203148AAcv4yI

จำไว้นะคะ ข้อมูลใด ๆ ก็ตาม
ขอ ให้ใช้วิจารณญาณก่อน ศึกษาเพิ่มเติมก่อน ทดลองก่อน (ถ้าทำได้และไม่มีผลร้ายแรงต่อร่างกาย) แล้วจึงเชื่อค่ะ เืืมื่อตัวเองได้เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง

จะได้ไม่โดนหลอกด้วยถ้อยคำโฆษณานะคะ :-)

คำถามเกี่ยวกับการหมักนมบัวหิมะ

Oct 3, 2009

คำถามเกี่ยวกับการหมักนมบัวหิมะ

บีมรู้สึกว่า สิวจะขึ้นหลังและหน้าอก หัวไหล่ และ มีอุดตันที่หน้าเหลืออยู่

ซึ่งตอนแรก บีมสันนิษฐานว่า เอ..อาจจะเป็นเพราะร่างกายเราทำความสะอาดตัวเองรอบสองรึเปล่า (หรือรอบสามละก็ไม่รู้ อิอิ)

แต่ คิดไปคิดมา … หรือจะเป็นการรับสารเร่งการเจริญเติบโตจากนมที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมมาหรือ เปล่า (การผลิตแบบอุตสาหกรรมคือการผลิตทีละเยอะ ๆ ซึ่งปัญหาก็คือ จะทำอย่างไรให้วัวโตเร็ว ให้นมเร็ว จึงอาจมีการใส่สารเร่งโตเข้าไปค่ะ ตรงนี้เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าภายในเค้าจัดการกันอย่างไร)

สำหรับนมโฟร์…บีมก็กลัวอยู่ว่าจะเป็นแบบนั้น

แต่สำหรับนมไทยเดน…ที่เค้าแนะนำมา ก็รู้สึกว่าน่าจะโอเคนะ

แต่บีมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ที่สิวบีมขึ้นนี้เป็นเพราะอะไร เพราะสิวบีมไม่ขึ้นไหล่ อก และหลังมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่กินแต่ผักผลไม้มา

มันไม่ได้ขึ้นแบบเยอะแบบน่าเกลียดนะคะ มันแค่ขึ้นไม่กี่เม็ด แต่ก็เป็นสัญญาณไม่ค่อยดี

แต่บีมเชื่อว่ายังไงนมหมักบัวหิมะนั้นดีแน่นอน เพียงแต่ว่า อาจจะมีผิดพลาดทางเทคนิคสักอย่าง

บีมก็เลยไปหาข้อมูลนิดหน่อยก่อนนอนค่ะ (เพราะมันข้องใจ)

ไปที่นี่มาค่ะ http://www.kefir.biz/faq.htm

เป็นคำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับบัวหิมะและการหมัก เพราะบีมเข้าหน้าบัวหิมะของคุณเปิ้ลที่ exteen ไม่ได้

ก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างว่า

  • เค้าไม่ใช้นม UHT
  • ดีที่สุดคือ นมสด ไม่ผ่านการพาสเจอไรส์
  • นมเกือบทุกอย่างเอามาทำได้หมด นมสัตว์ นมถั่วเหลือง
  • บัว หิมะโตได้ดีในนมถั่วเหลืองเช่นกัน หากใครมีภาวะีที่ร่างกายไม่รับแลคโตส (เช่นว่า กินแล้วท้องอืด เพราะไม่ย่อย) ก็ใช้นมถั่วเหลืองแทน (ซึ่งบีมคิดว่า คั้นเอาจากถั่วเหลืองเองน่าจะดีสุดค่ะ ไม่ควรจะใช้นมกล่องนะ แต่ก็ยังไม่ได้ลอง)
  • ภาชนะดีที่สุดคือ เซรามิค ส่วนแก้วกับพลาสติกใช้ได้ แต่ห้ามให้ถูกแสงแดดโดยตรงค่ะ
  • เวลา ทำ ให้ดูปริมาณนมกับเชื้อบัวหิมะเป็นหลัก ถ้าหากมีเชื้อน้อย ก็ไม่ควรใส่นมเยอะไป ไม่่งั้นบัวย่อยไม่ทันค่ะ หมักไม่ทัน นมก็จะบูดเปล่า ๆ ทางที่ดีต้องค่อย ๆ ใส่ลงไป จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

พอได้อ่าน บีมก็รู้สึกว่า นมที่บีมหมักวันแรกกับวันที่สองนั้น มันหมักไม่หมดแน่ ๆ เลยค่ะ เพราะถ้าหมักหมด นมจะต้องข้น หนืด เหนียวกว่าปกติ หรือนี่เป็นสาเหตุให้โมเลกุลบางส่วนยังไม่ถูกย่อย และทำให้บีมรับโมเลกุลนมวัวปกติเข้าไป สิวเลยขึ้นได้

ก็เดี๋ยวหมดชุดนี้ (บีมหมักด้วยโฟร์…ค่ะ) ก็จะลองดูอีกครั้ง

แต่วันนี้ น้องบัวโตมากแล้ว และนมเริ่มเปรี้ยวและข้นทั่วถึงกัน (ใช้ไทยเดน…ค่ะ)

ถ้าหากว่าสิวขึ้นหลังและอกอีกเนี่ย บีมจะทำน้ำนมถั่วเหลืองหมักเองค่ะ

เพราะจะได้สบายใจด้วยว่าปลอดฮอร์โมนหรือสารเร่งโตด้วยค่ะ

ไปนอนก่อนนะคะ ถ้าใครมีคำแนะนำ ส่งมาคุยกันนะคะ

เราจะได้ช่วยกันหาย :)

พรุ่งนี้วันพระใหญ่ ใครไปวัด ก็ขออนุโมทนาด้วยค่ะ
เค้าว่ากันว่า มีดอกไม้ถวายพระ ชาติหน้าเกิดมาผิวพรรณงดงามนะคะ :0

แต่ว่า ตอนทำบุญ อย่าคิดอยากนู่นอยากนี่ค่ะ
ให้คิดว่า “ดอกไม้นี้ นำมาถวายพระรัตนตรัย ขอให้จิตของข้าพเจ้า มีความสดชื่น เบิกบานเหมือนดังดอกไม้นี้เถิด”

อย่าคิดว่า “สาธุ ด้วยข้าพเจ้าถวายดอกไม้นี้ ขอให้ชาติหน้าเกิดมามีผิวพรรณดี ไม่มีสิวด้วยเถิด”

คิดและขอให้ถูก จึงจะได้บุญนะคะ :)

สภาพหน้าของวันที่ 5 ที่ใช้บัวหิมะ (มีรูปจ้า)

สภาพหน้าของวันที่ 5 ที่ใช้บัวหิมะ (มีรูปจ้า)

อันนี้ขอเขียนชิว ๆ นะคะ

พอดี เมื่อวานได้ทริคมาใหม่ว่า ให้พอกข้ามคืนไปเลย

ก็ลองดูค่ะ …

ผลก็คือ โอเคเลยแหละ เพราะ รู้สึกว่าสิวจะยุบไปนะคะ แล้วหน้าเรียบขึ้นได้อีก

ส่วนน้องสาวตัวดี กลับมาเยี่ยมคุณยายเมื่อวานนี้ค่ะ เลยเอามาให้ใช้ด้วยกันซะเลย ให้พอกข้ามคืน

เช้านี้ รู้สึกหน้าเธอจะใสขึ้นมากเลยค่ะ (เทียบกับเมื่อวาน)

แต่น้องไม่เป็นสิวนะ เป็นนิดหน่อยเอง เมื่อคืนให้เธอทำสองขั้นตอนคือ เอาสบู่ Afresh ล้างหน้าแล้วพอกบัวหิมะด้วย

เธอบอกว่า ไม่เอาละนะ ไม่ซื้อแล้ว กลิ่นแบบสุด ๆเลย

พอเช้ามา บอกว่า เออ…เดี๋ยวกลับไปซื้อ แต่ไม่ขอกินนะ ทนกลิ่นไม่ได้ อิอิ

และสำหรับด้านสุขภาพ เมื่อเช้าไปวัด ปกตินั่งพื้นแบบนั้น ต้องเป็นเหน็บ ต้องปวดขา

ในขณะที่น้องกับพ่อ เปลี่ยนอิริยาบถไปมาหลายรอบเพราะเป็นเหน็บ

บีมเป็นแค่ครั้งเดียว ก่อนที่จะเสร็จพิธี

ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งคะที่เป็นแบบนี้ Amazing อีกแล้ว อิอิ

ส่วน เรื่องที่พร่ำไปเมื่อคืนเกี่ยวกับบัวหิมะ ซึ้งน้ำใจเพื่อน ๆ มาก คุณอลิศ คุณ @Pung_Bebe ก็ได้เข้ามาแนะนำกันเกี่ยวกับวิธีหมัก วิีธีกินค่ะ ก็ต้องขอบคุณอย่างมาก แล้วบีมจะลองปรับเปลี่ยนดูนะคะ และหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่ะ :)

เอารูปมาฝากดีกว่านะคะ มาดูกันเลย

อ้อ บีมตัดหน้าม้าเองอ่ะ อย่าหัวเราะก็แล้วกันนะคะ ตัดแบบไม่ได้ปรึกษาใคร จับกรรไกรมาตัดเองนี่แหละ อิอิ คนอารมณ์ศิลปินก็เงี้ยะ

พึ่ง กลับจากไปวัดค่ะ น้องกำลังจะกลับ เลยให้ถ่ายรูปให้หน่อย เพราะปกติต้องถ่ายเอง อิอิ ไปวัดทาแป้งอย่างเดียว ไม่ได้แต่งหน้า คิ้วก็ไม่ได้เขียน แต่รู้สึกว่าคิ้วเข้มขึ้นเองค่ะ แต่ก็ยังบางอยู่ดี อิอิ ที่ ๆ ควรขึ้นก็ไม่ึขึ้นเนาะ ที่ที่ไม่อยากให้ขึ้นก็ขึ้น นะ

สอง เดือน น้ำหนักจาก 44 เหลือ 40 กก. ค่ะ ต้องอัพอ่ะ ผอมไปหน่อย หน้าดูไม่อิ่ม :) แต่ใครอยากจะลดความอ้วน กินไปเลยค่ะ สูตรรักษาสิวเนี่ย อิอิ นี่ขนาดบีมสวาปามกินบะหมี่ กับ ซาลาเปาตอนไปมาเลย์ น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นมาเลยค่ะ ขอบอก

ให้น้องมาถ่ายด้วยกัน กับ แมวสุดที่รักของบีมอีกตัวนึง แต่มันดันไม่มองกล้อง พยายามทำมือชี้ให้เหมือนข่าวอาชญากรรมค่ะ อิอิ

ขอ เปลี่ยนทรงผมนิดนึง (บอกแล้วว่าชิว) สิว 2 เม็ดนั้นช่างเด่นเ็ป็นสง่า แผลที่แก้มก็ช่างชัดเจน อิอิ แต่ช่างมันเถอะ เดี๋ยวก็หาย ตอนนี้บีมชอบหน้าตัวเองบริเวณจมูกกับใกล้เคียงมากค่ะ เพราะรูขุมขนมันเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ดูหน้าเรียบ ๆ ดี มันช่างต่างจากวันนั้นที่ลงเนาะ ไม่รู้เป็นเพราะพอกข้ามคืนรึเปล่า ก็ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ

แผลเริ่มหายแล้วแหละ ดีใจ ๆ

ไป ละค่ะ ไปเตรียมตัวก่อน ต้องไปซื้อเครื่องปั่น เพราะมันเจ๊งตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เมื่อวานพยายามทำให้มันใช้ได้ ซึ่งปั่นได้แค่ 2 แก้วแค่นั้นแหละ จบชีวิตไปเสียแล้ว อิอิ

เย็น ๆ เจอกันใหม่นะคะ :-)

อัพเดทเรื่องการหาซื้อ flaxseed

Oct 4, 2009

อัพเดทเรื่องการหาซื้อ flaxseed

ถึง เพื่อน ๆ ที่สนใจซื้อ flaxseed

ก่อนอื่นขอใ้ห้ข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับ flaxseed นิดนึงนะคะ

Flaxseed หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า เมล็ดลินิน นี้ เป็นอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง และถ้าหากปลูกจากดินหรือน้ำที่อยู่ในฟาร์มปลอดสารหรือออร์แกนิคและอยู่ใน พื้นที่อากาศหนาวเย็น จะมีคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัยสูงกว่า

ซึ่งถ้าถามว่าทำไมต้องกินโอเมก้า 3?

คร่าว ๆ ก่อนนะคะ จากข้อมูลในหนังสือของ Seppo และบทความทางอินเตอร์เน็ตที่บีมเจอ ความจำเป็นที่เราต้องได้รับสารอาหารตัวนี้ ก็เพราะว่า โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเข้าใจว่า กินไขมันแล้วไม่ดีไม่ใช่เหรอ

ไขมันมี 2 ประเภทค่ะ คือ ดีกับไม่ดี ก็เหมือนคนนั่นแหละ

และหน่วยเล็กที่สุดของไขมันคือ “กรดไขมัน” ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในระดับเซลล์

โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับแต่ไม่สามารถสร้างเองได้ จึงจำเป็นต้อง ได้รับจากอาหาร ส่วนเจ้าโอเมก้า 6 นั้นร่างกายต้องได้รับจากอาหารเหมือนกัน แต่เนื่องจากเค้ามีความทนทานมากกว่า เราจึงมักได้รับโอเมก้า 6 จากอาหารทั่ว ๆ ไปได้มากค่ะ

ซึ่งปัญหาสุขภาพที่เกิดในปัจจุบันนี้ คือ ร่างกายเราไม่ได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอด้วย และเป็นปัญหาความสมดุลระหว่างโอเมก้า 6 กับ 3 คือเราได้รับ 6 มากไป และรับ 3 น้อยมาก

ทางดอกเตอร์โจฮันน่าเองก็ได้ข้อสรุปจากการตรวจตัวอย่างเลือดคนหลายพันคนมาแล้วว่า คนที่มีสุขภาพดีกว่าจะมีโอเมก้า 3 มากกว่านั่นเอง

ซึ่ง แหล่งโอเมก้า 3 ที่วงการสุขภาพอ้างถึงมากที่สุดคือ น้ำมันลินิน (Flaxseed Oil) หรือ เมล็ดลินิน (ส่วนเมล็ดพืชอื่น ๆ ที่มีโอเมก้า 3 สูงดูที่นี่ค่ะ http://www.vegsoc.org/info/omega3.html)(Flaxseed) ซึ่งจะทานเป็นแบบไหนก็ได้ค่ะ จะแบบน้ำมันหรือแบบเมล็ดเลยก็ได้

สำหรับ น้ำมันนั้น ต้องเลือกดี ๆ นะคะ เพราะเจ้ากรดไขมันโอเมก้า 3 นี้สลายตัวง่ายมาก (ไม่เหมือนโอเมก้า 6 ค่ะ ที่ทนทานกว่า) ภาชนะที่บรรจุจะต้องสีดำมืดค่ะ ทึบ และเก็บในที่อุณหภูมิต่ำ (เย็น) ดังนั้น เวลาเลือกซื้อน้ำมันชนิดนี้ก็ต้องดูที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว และเก็บในที่เย็น และถ้าเราซื้อมาแล้ว เวลาเก็บก็ต้องแบบนั้นเช่นกัน อย่าใ้ห้โดนแสงหรือความร้อน

และถ้าหากสกัดออกมาเป็นอาหารเสริม ก็อาจจะดีค่ะ ซึ่งบีมเองก็ยังไม่เคยลอง และเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้กินอาหารเสริมเลย เพราะตามหลักหมอเขียว อาหารเสริมเป็นของร้อน ไม่ควรกินเยอะ มันจะรบกวนร่างกาย และ Seppo เองก็กินแบบเป็นเมล็ดเลยค่ะ ไม่ได้กินรูปแบบสกัด

สำหรับแบบเมล็ดนั้น จะมีสีทองกับสีน้ำตาลค่ะ ซึ่งสีทองมักจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากเอกสารต่าง ๆ รสชาติจะดีกว่าแบบสีน้ำตาลค่ะ แต่คุณค่าทางอาหารไม่ต่างกัน

รายละเอียดเกี่ยวกับเมล็ดลินินเพิ่มเติมดูได้ที่ http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=29&action=view

ซึ่ง การเลือกซื้อ ต้องสังเกตว่าเมล็ดไม่เก่า ไม่เหม็นหืน เพราะถ้าเหม็นหืนก็ีืคือน้ำมันในเมล็ดบูดนั่นล่ะค่ะ กินไปก็ไ่ม่ได้ประโยชน์ กลับเป็นโทษเสียอีก

คำถามว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน

ข้อมูลที่บีมมีก็คือ

  1. วิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ตรงทองหล่อ เป็นของนำเข้าโดยตรงจากอเมริกาค่ะ ราคาแพงหน่อย คิดว่าคงเป็น Golden Flaxseed
  2. ดอยคำ (โครงการหลวง) เ็ป็นแบบเมล็ดสีน้ำตาลหรือ Brown flaxseed ค่ะ
  3. บัลวี มีแบบเป็นอาหารเสริมแบบเม็ด ราคาขวดละ 1,000 บาท http://www.health2delivery.com/search.aspx

เมื่อวานนี้ โทรไปเช็คกับร้านดอยคำที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าี่ที่น่ารักมากค่ะ บีมได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า

  • ตอนนี้ดอยคำทุกสาขาจะไม่มี flaxseed จำหน่าย เพราะหมด
  • จะมีอีกทีเดือน พฤศจิกายน
  • ทั้งนี้เพราะเมล็ดนี้ออกปีละครั้ง
  • มีเฉพาะสีน้ำตาล
  • มีทั้งราคาปลีกและส่ง
  • ราคาส่ง 200 กรัม 15 บาทค่ะ

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะหาได้ที่ไหน รบกวนนำมาแบ่งปันกันนะคะ

จริง ๆ แล้วบีมอยากจะกินแบบเมล็ด แต่มันไม่มีที่นี่ บีมเลยจะสั่งที่บัลวีมาก่อนค่ะ แม้จะไม่อยากกินแบบสกัด แต่ก็นะ คิดว่าบัลวีเค้าก็พี่ใหญ่วงการนี้เหมือนกัน ของของเค้าคงคัดสรรมาแล้วค่ะ ก่อนจะเอามาขาย

เพราะคุณแม่เองก็อยากกินมาก ๆ หลังจากที่บีมเล่าผลงานวิจัยของดอกเตอร์โจฮันน่าให้เค้าัฟัง แต่เค้าจะกินกับน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองค่ะ (ไม่ยอมมาเป็นสาวกบัวหิมะกับเรา อิอิ)

ขออัพข้อมูล Flaxseed เท่านี้ก่อนนะคะ ไปปั่นจักรยานก่อน :-)

บีมแพ้บัวหิมะหมักกับ Foremost และการเลือกนมหรือน้ำมาหมักบัวหิมะ

บีมแพ้บัวหิมะหมักกับ Foremost และการเลือกนมหรือน้ำมาหมักบัวหิมะ

ขออัพเดทนิดนึงนะคะ

เมื่อวันก่อนนมไทยเดนมาร์คหมดค่ะ และที่ร้านขายของแถวบ้านเหลือแต่ Foremost รสจืด

ก็ไปซื้อมาหมักน้องบัวไว้สองแก้วใหญ่เลย…

และบีมก็ลองเปลี่ยนเวลาดื่มใหม่ กะว่าจะดื่มตอนเช้าเยอะหน่อย ช่วงกลางวัน แต่ตอนเย็นจะไม่ดื่มละ

นมที่หมักจาก Foremost มันแยกชั้นกันระหว่างโยเกิร์ต (อยู่บนสุด) และ น้ำอยู่ถัดลงมาค่ะ

ตอนกลางคืน มีส่วนน้ำนิดเีดียว

เ้ช้ามา บีมตื่นตี 4 ก็มากรองเอาน้ำนมหมักไปกิน ก็เห็นว่ามันแยกชั้น เลยคนให้เข้ากัน

ตื่นมาบีมดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นก่อน แล้วตามด้วยน้ำเปล่าเหมือนปกติ

พอหายอิ่มแล้ว ก็ค่อยมาดื่มนมหมักบัวหิมะโดยใช้ Foremost

1 แก้ว…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ

บีมเริ่มคันหน้าประมาณช่วงสาย ๆ ค่ะ มันยิบ ๆ ยังไงก็ไม่รู้

บีมก็ว่า นั่น…ว่าแล้วว่ามันแปลก ๆ นี่แพ้แน่เลยเนี่ย

พอสัก 10-11 โมงก็สังเกตเห็นเลยว่ามีสิวเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นค่ะ

อันนี้แพ้ชัวร์

เพราะตอนตื่นมา พอกบัวหิมะทั้งคืน ล้างออก หน้าก็ใสดี นุ่มเหมือนเคย

และตอนเช้าบีมก็ไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำมะนาว และนมหมักบัวหิมะเลยค่ะ

อาการนี้เกิดหลังจากดื่มนมหมักนี่แหละ ไม่มีตัวแปรอื่น

คนอื่นอาจจะไม่แพ้นะคะ

และตอนนี้บีมก็ไม่สามารถหานมแพะได้

ก็เลยทำนมถั่วเหลืองเองซะเลย ได้มาแล้วค่ะ เดี๋ยวจะหมักใหม่แล้ว

และก็ได้มาอีกสูตรคือ ใช้น้ำมะพร้าวสดค่ะ คุณแม่ซื้อมาให้เรียบร้อยแล้ว ก็กำลังจะเอาบัวหิมะมาหมักเช่นกัน

และช่วงนี้หน้ามันขึ้นด้วย

สงสัยบีมจะแพ้นมสัตว์ล่ะมั้งคะเนี่ย :-)

ไม่เอาละค่ะ ไปหมักกับน้ำมะพร้าวและนมถั่วเหลืองดีกว่า ^^

ใครมีอะไรดี ๆ แนะนำก็เชิญเลยนะคะ เพราะกับเรื่องนี้ บีมก็ยังใหม่อยู่ ก็กำลังหาข้อมูลอยู่เช่นกันค่ะ

อ้อ…สำหรับ เพื่อน ๆ ที่ใช้หรือดื่มนมหมักจากบัวหิมะแล้วเกิดอาการเหมือนบีม (คันยิบ ๆ และมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้น) อย่ากินนมหมักจากนมชนิดนั้น ๆ ต่อนะคะ แสดงว่าเราไม่ถูกกับมัน

และที่สำคัญ ใครหานมสดได้ (ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์และ UHT) จะดีกว่าค่ะ ซึ่งนมสดนี้ ถ้าหากเจ้าของเค้าวัวเค้าเลี้ยงดี ไม่เลี้ยงแบบรีบโตรีบให้นม ฉีดฮอร์โมน ไม่ว่าจะนมวัวกับนมแพะก็โอเคเหมือนกัน เพียงแต่ว่านมแพะจะมีโครงสร้างใกล้เคียงนมแม่มากกว่าค่่ะ

และถ้าใคร ที่กินไม่ได้เลย นมสัตว์เนี่ย ให้ใช้นมถั่วเหลืองสดแทน (แต่มีนิดนึงค่ะ ในทางสุขภาพแล้ว ถั่วเหลืองสมัยนี้มักจะถูกดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งก็ไม่โอเคเช่นกัน ฝรั่งเค้าต่อต้าน GMO มาก ๆ ค่ะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าที่เค้าเอามาทำน้ำเต้าหู้กันแหล่งมันมาจากไหนน่ะค่ะ)

และ ถ้าไม่ได้ ก็เอาน้ำมะพร้าวก็ได้ค่ะ สำหรับบ้านเรา เมืองร้อน ก็สามารถหมักได้เลย แต่ถ้าฝรั่งเค้าอยู่เมืองหนาว จะต้องต้มน้ำมะพร้าวก่อนหมักให้มีอุณหภูมิราว ๆ 90 องศาจึงจะนำมาหมักได้ค่ะ ไม่งั้นน้องบัวไม่โต

สรุปว่า ลำดับความแรงและความเสี่ยงต่อการแพ้มีดังนี้ค่ะ

  1. นมวัว นมแพะ หรือนมถั่วเหลือง UHT หรือ พาสเจอไรซ์
  2. นมวัวหรือนมแพะสด
  3. นมธัญพืชสด
  4. น้ำมะพร้าว (หรืออาจจะมีน้ำผลไม้อื่น ๆ นะคะ ซึ่งบีมยังไม่เห็นข้อมูลเพิ่มเติม)

ซึ่งถ้าหากใครทดลองใช้นมในข้อ 1. แล้วแพ้ ให้ลองอันถัดลงมาค่ะ

ที่เราแพ้ ไม่ได้แพ้บัวหิมะหรอกค่ะ แพ้สารที่เราเอามาทำนมหมักมากกว่านะคะ…

ลองดูค่ะ ยังไงก็ดีต่อสุขภาพแน่ ๆ เพียงแต่หาสูตรของตัวเองให้เจอ

เอาใจช่วยค่า

สำหรับบีม วันนี้ขอถอนพิษ Foremost ก่อนค่ะ เหอะๆ

วันที่ 5 ของการใช้บัวหิมะทั้งทาหน้าและดื่ม

วันที่ 5 ของการใช้บัวหิมะทั้งทาหน้าและดื่ม

ขอมาอัพเดทข้อมูลก่อนไปอาบน้ำค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ ได้อ่าน post ก่อนหน้านี้ที่บีมเขียนวันนี้ คงจะรู้ไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับบีม

บี มไม่คิดว่าแพ้ตัวพอกนะคะ เพราะถ้าแพ้ตัวพอก ตอนเช้า พอล้างหน้าเสร็จ ช่วงระหว่างก่อนที่จะดื่มบัวหิมะมื้อเช้า ก็น่าจะมีอาการคันยิบ ๆ แดง ๆ แต่มันไม่มี

บีมก็เลยอยากจะสรุปเหลือเกินค่ะว่า สงสัยจะเป็นเพราะดื่มบัวหิมะหมักด้วยนมโฟร์มด (อิอิ)

อัพเดทเลยนะคะ

สภาพผิวหน้า

  • โดย รวมแล้วดีขึ้น ยกเว้นเจ้าสิวที่รู้สึกว่าจะเกิดจากการแพ้ ซึ่งจะเป็นผดเม็ดเล็ก ๆ และหน้าแดง ๆ มัน ๆ ในวันนี้ค่ะ และยังมีสิวที่แดง (แต่ไม่มีเม็ดใหญ่นะคะ) ขึ้นมาเฉยเลย เพราะมันคันข้างใน ระคายเคืองในผิวค่ะ มันเลยปูดออกมา
  • ส่วนบริเวณผิวที่ไม่มีปัญหาแล้ว เรียบเนียนขึ้น มองแล้วเหมือนผิวที่ต้นแขนค่ะ

สภาพร่างกาย

  • อัน นี้เต็มร้อยเกือบทุกวันค่ะ เพียงแต่ว่า รู้สึกวันนี้จะเปื่อยช่วงเย็น ๆ หน่อย อาจจะเพราะเป็นการถอนพิษออกมานะคะ เพราะบีมเองตอนถอนพิษหลาย ๆ รอบที่ผ่านมา อาการก็จะประมาณนี้ คือ เพลีย ๆ หน่อย ลมหายใจจะอุ่น ๆ ร้อน ๆ แต่ไม่กี่ชั่วโมงมันจะดีขึ้นเอง ถ้าหากไม่ไปกินอะไรทำร้ายตัวเองอีกนะคะ
  • ถ่ายเป็นปกติเ่ช่นเคยค่ะ จำนวนครั้งเท่าวันที่ผ่านมา
  • ผิวก็เนียนเหมือนเคยค่ะ (ตั้งแต่เปลี่ยนมากินผักผลไม้เป็นจานหลัก ผิวก็ดีตั้งแต่นั้นมาค่ะ)
  • รู้สึกฮอร์โมนจะดีขึ้นนะคะ สังเกตได้จากปริมาณขนที่เริ่มลดลง (ไม่ได้ลดเยอะมากนะคะ แต่กำลังเริ่ม และสังเกตเห็นได้)

วันนี้ บีมก็เลยเน้นการถอนพิษเป็นหลักค่ะ

วันไหนที่บีมถอนพิษ วันนั้นบีมจะไม่อยากกินข้าว และไม่กินด้วยค่ะ มันรู้สึกไปแบบนั้นเอง

หลังจากที่รู้แน่ว่า มีอาการแพ้…

มื้อ แรกบีมกินน้ำผักผลไม้ปั่นด้วยเครื่องปั่นใหม่ อิอิ แรงมั่ก ๆ แต่ก็ไม่ถึง 3.5 แรงม้าหรอกค่ะ แต่ก็รสชาติอร่อยกว่าเครื่องปั่นเดิมเยอะมาก ๆ เพราะมันละเอียดดี เป็น smoothy ที่สุดยอด

วันนี้เลือกแค่แอปเปิ้ลกับแตงกวาเท่านั้นค่ะ ปั่นกินทั้งวัน

ระหว่างวันก็จิบน้ำมะนาวกับน้ำเปล่าไปเรื่อย ๆ

ตอนเย็นออกไปปั่นจักรยาน

แต่วันนี้ไม่ได้โดนแดดไม่เท่าไหร่

ตอนแรกจะไปออกกำลังตอนเช้าแล้ว …แต่ติดงานซะก่อน เลยอดอาบแดดตอนเ้ช้าเลย

แม่ ก็ซื้อจักรยานมาใหม่ บีมก็เลยขอขี่ตอนเย็นค่ะ วิวงามมาก ขอบอก…รู้สึกขอบคุณธรรมชาติมากมาย และขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้มีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ อิอิ

วันนี้อาจจะอบตัวซะหน่อยคะ พอดีมีเครื่องอยู่ คิดว่าน่าจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย

จริง ๆ วันนี้จะถือว่าบีมทำการอดล้างพิษก็ได้้นะคะ เพราะบีมไม่ได้กินอย่างอื่นนอกจากผัก ผลไม้ น้ำปั่นเลย แต่ก็แอบกินนมหมักบัวหิมะไทยเดนฯ ซึ่งตัวนี้กินมาตั้งแต่วันแรก ๆ ไม่ปรากฎอาการแพ้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ตอนที่รู้ว่าแพ้ก็เลยทำน้ำนมถั่วเหลืองเองซะเลย เพราะคุณแม่โทรมาบอกว่าไม่เจอนมแพะ

แต่เรายังมีถั่วเหลือง กลัวอะไร

และก็ไปเจอข้อมูลในเน็ตอีกค่ะ ว่าใช้น้ำมะพร้าวได้ด้วย เลยโทรบอกให้คุณแม่ซื้อมา

คุณแม่เอามา 4 ลูก

ตอนนี้บีมเอาหมักให้น้องบัวโตนิดนึงก่อน (ซึ่งตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้นมากมาย แบ่งให้คุณแม่บ้านไปหมักต่อแล้วค่ะ :))

แล้วเดี๋ยวคืนนี้คิดว่าจะใส่น้ำมะพร้าวลงไปเ่พิ่มอีก

ไม่รู้รสชาติจะเป็นไงนะคะ คงอร่อยพิลึก :))

อ้อ ลืมบอกไปค่ะ

ตอน บ่ายแอบทำเปรี้ยว ย้อมสีผมให้หน้าดูสว่างขึ้น ซึ่งรอบนี้เลือกสีและยี่ห้อครีมย้อมได้ดีสมใจอยาก แต่เสีย self กับหน้าม้าที่ตัดเอง อิอิ แต่ว่าเดี๋ยวนี้ผมยาวเร็วขึ้นค่ะ เดี๋ยวมันก็ยาวละ ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เก็บผมขึ้นซะเลย อิอิ

แล้วก็ตอนบ่ายมันร้อน คันหน้าใช่มั้ยคะ

ด้วยความเชื่อในบัวหิมะ

ก็ล้างหน้าน้ำเปล่า ซับหน้าให้แห้ง แล้วละเลงโยเกิร์ตไปให้ทั่วหน้า เน้นบริเวณที่มันและคัน

มันจะยิบ ๆๆๆ เหมือนว่าทำการฆ่าเชื้อและรักษา

บีมก็ปล่อยจนมันแห้ง

แล้วก็ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอีก พอกอีก มันก็ยิบ ๆ อีก

และก็ทำรอบสุดท้ายแบบนี้เหมือนกัน

ซึ่งรอบสุดท้าย มันยิบ ๆ น้อยลง

และบีมก็ทาแป้ง Dermist สำหรับสิวนิดหน่อย

จนถึงตอนนี้ อาการคันและมันที่ว่า หายไป 98% แล้วค่ะ ก็มีเหลือแค่นิดหน่อย (ถ้าบอกว่าหายหมดดูจะเว่อร์ไปหน่อย)

ขอจบบันทึกวันที่ 5 เท่านี้ก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าค่ะ (เพราะวันนี้เพลียมาก อิอิ คงนอนเร็ว)

ฉบับทิ้งทวนก่อนขอลาพัก 1 สัปดาห์

Oct 5, 2009

ฉบับทิ้งทวนก่อนขอลาพัก 1 สัปดาห์

เพื่อน ๆ คะ

บีมมาคิด ๆ ดูว่า นี่ครบ 1 สัปดาห์สำหรับการเขียนเรื่องบัวหิมะแล้ว ซึ่งคิดว่าจะขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วจะมาอัพเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ (จริง ๆ กับบีมมันก็ชัดเจนค่ะ เพราะได้ส่องหน้าใกล้ ๆ แต่เวลาเพื่อน ๆ เห็นผ่านภาพ มันก็เลยเหมือนไ่ม่เห็น :))

เอาเป็นว่า บีมขอพักอัพเดทเรื่องบัวหิมะและผลจากการใช้ไปก่อนนะคะ แต่บีมก็ต้องบอกว่า บีมยังคงเชื่อประสิทธิภาพของมัน และยังคงใช้และเพาะต่อไปแน่นอน

คราวนี้ รอบนี้ บีมคงต้องขอพักบล็อกไปก่อนนะคะ ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะมีงานเข้า…

แต่ว่าถ้าคันไม้คันมือ ได้ไปอ่านอะไรดี ๆ มาแล้วอดที่จะเขียนไม่ได้ จะแอบเข้ามาเขียนค่ะ (แอบตัวเอง อิอิ)

และส่งท้ายด้วยการบอกว่า ถ้าถามบีมว่า ตอนนี้ ตัวบีมปฏิบัติตามทุกอย่างที่บีมเีขียนในบล็อกนี้มั้ย

ต้องบอกว่า แน่นอนค่ะ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบพูด ไม่ชอบแนะนำอะไรที่ตัวเองไม่ได้ทำ

แต่ถ้าข้อมูลไหนที่ไม่ได้ทำแต่เอามาแชร์ก็จะบอกทุกครั้ง

บีัมยังกินน้ำปั่นผักและผลไม้ฤทธิ์เย็นเป็นหลัก และเพิ่มข้าวกล้อง ถั่วต่าง ๆ เข้าไปอีก

บีมออกกำลัง อาบแดดตอนเช้า และพยายามคิดบวก นั่งสมาธิ ทำใจให้ดีอยู่เสมอ ๆ

องค์ประกอบสุขภาพ 6 ข้อนั้น เป็นพื้นฐานที่บีมยึดถือและต้องทำให้ได้ทุกวัน นี่คือสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว

ซึ่งหลังจากไ้ด้ทำแล้ว ต้องบอกว่า คุ้มค่ามาก ๆ แม้สิวจะยังไ่ม่หายขาด 100%

เพราะ

  1. บีมกินยาและทายาสารพัดอย่าง และนานมาก ยาอะไรมั่งก็ไมู่้รู้ค่ะ
  2. เคยมีพฤติกรรมทั้งกาย วาจา และใจทำร้ายตัวเองสุด ๆ
  3. ไม่รู้ว่าเซลล์เสียหายไปกี่มากน้อย และลึกขนาดไหน
  4. พอ ดีว่า บนหน้ามีต่อมไขมันเยอะที่สุดในบรรดาอวัยะทั้งหมด และไขมันก็สัมพันธ์กับฮอร์โมนซะด้วย ฮอร์โมนสัมพันธ์กับสุขภาพองค์รวม ทุกอวัยวะ ไม่มีแยกส่วนกันทำงาน
  5. ทำให้หน้านี่แหละ จะเป็นที่ที่หายเป็นที่สุดท้ายค่ะ

เพราะปัญหาอื่นของร่างกายแก้ได้เกือบหมดแล้ว เหลือพันธุ์ขนดกนี่แหละ :) ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณที่ดี

มันเป็นการเดินทางค่ะ จำไว้นะคะ ซึ่งในที่สุด ถ้าใครตั้งใจทำ

ก็จะต้องได้ในสิ่งที่หวังเอาไว้แน่นอน

ขึ้นอยู่กับเราว่า เราโฟกัสที่ตัวปัญหาและจมอยู่กับมัน ก็คือสิว

หรือเราโฟกัสที่ทางแก้ไข ซึ่งจะนำเราไปสู่ผิวใสได้ในที่สุดค่ะ

คนอื่นทำได้ เราเองก็ต้องทำได้เช่นกัน

ปัญหากลิ่นตัวของบีมที่บีมคิดว่าต้องอยู่กับมันไปตลอดชีิวิต ผมที่เคยยาวช้า ที่บีมคิดว่าต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต

ยังแก้ได้ภายใน 2 เดือนที่ผ่านมานี้เลยค่ะ

กะแค่เรื่องสิว…บีมรอได้ :) และก็เชื่อด้วยว่า ยังไงต้องหาย

1 ปีบีมก็จะรอ และจะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดูแลสุขภาพแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ เพราะดีที่สุดแล้วตั้งแต่บีมเคยทำมา

บีมดูแลสุขภาพแบบนี้ คนในบ้านบีมตอนนี้ทั้งหมด พ่อ แม่ ยาย คุณแม่บ้าน น้องสาว และ ญาติสนิทอีกคน สบายใจ สบายกายไปหลายอย่าง

เพราะ บีมอยู่ที่นี่ ก็ต้องนอนเฝ้าคุณยาย ซึ่งก็ต้องหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะต้องฟังเสียงเค้าตลอด แต่วันไหนโชคดีเค้าหลับตลอดคืน บีมก็ไ้ด้หลับ

ซึ่งพอบีมนอนเฝ้าแบบนี้ ก็ทำให้แม่ไปนอนได้อย่างเต็มอิ่ม เพราะไม่ต้องฟังเสียงยายตอนดึก

ส่วนพ่อก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเช่นกัน

วัน ไหนพ่อไม่อยู่ และคนงานไม่พอ บีมเองก็ต้องไปช่วยยกกระสอบข้าว กระสอบแกลบนะคะ ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยยกได้ รู้สึกตัวเองไร้ประโยชน์มาก แต่ตอนนี้ ทำได้ทุกอย่าง เพราะมีแรงเยอะขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ การที่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณยาย หรือเอาเค้าลุกนั่ง หรือพลิกตัวเนี่ย บีมทำคนเดียวได้หมด ซึ่งยายบีมช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตัวเค้าจะหนักเวลาอุ้ม

ช่วง กลางวัน บีมไม่ค่อยได้นอนกลางวันค่ะ และไม่เพลีย เพราะเป็นอานิสงค์ของการที่เราดูแลสุขภาพ แม้กลางคืนจะหลับ ๆตื่น ๆ แต่กลางวันเรากินอาหารดี กินถูกหลัก มีออกกำลัง คิดบวก

บีมก็เลยอยู่ได้และไม่ป่วยถึงทุกวันนี้

ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ทำไม่ได้แน่ ๆ

ที่ เล่ามา ก็เพียงแต่อยากฝากว่า อย่าคิดว่าการดูแลตัวเองไม่สำคัญค่ะ เพราะบางที การที่เรานั้นแข็งแรงขึ้น อาจจะทำตัวให้ีประโยชน์ได้มากกว่าตอนที่ไม่ดูแลตัวเองและปล่อยให้ตัวเองเจ็บ ป่วยออด ๆ แอด ๆ ไม่รู้กี่สิบเท่า

จำตอนขึ้นเครื่องบินได้มั้ยคะ เวลาที่หน้ากากออกซิเจนตกลงมา แอร์ฯ เค้าบอกว่าให้ใ่ส่ใครก่อน

“พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ใส่ก่อน แล้วค่อยใส่ให้เด็กที่มาด้วย”

ก็หลักเดียวกันค่ะ

ถ้ายังดูแลตัวเองไม่ได้

ก็คงไม่เหลือแรงมากมายเอาไปดูแลคนอื่นค่ะ

:) เดี๋ยวพรุ่งนี้เป็นต้นไป บีมคงเงียบไปหน่อยนะคะ ขอตัวไปทำงาน ขอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์

แต่ถ้าหากมีอะไรที่ไปเจอมาแล้วน่าสนใจ จะเข้ามาเขียนค่ะ :)

และตอนนี้ ใครเล่น Facebook (ใครไม่มีก็สมัครได้นะคะ) บีมทำ Group ชื่อ ฺัBye-Bye 2 Acne ไว้ค่ะ เข้า Facebook พิมพ์ในช่่องค้นหาด้วยชื่อนี้เลย

ตอนนี้บีมใส่รูปของ Group เป็นผู้หญิงถือผลไ้ม้ (เ็ห็นแต่หน้า)

ไปคุยแลกเปลี่ยนกันที่นั่นได้ค่ะ และมันทำได้อีกหลายอย่างด้วย

วันนี้บีมโพสต์ discussion board ไปนะคะ http://www.facebook.com/topic.php?topic=12101&uid=153917661859

เข้ามาคุยกันเยอะ ๆ นะคะ ใครจะตั้งคำถามอะไรตั้งไปเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะบีมก็ตั้งใจทำมาใหุ้ทุกคนได้คุยแลกเปลี่ยนกันนั่นแหละค่ะ

อันนี้โพสต์แรกนะคะ

ใช้นมอะไรหมักบัวหิมะกันบ้างคะ?

แรงจูงใจที่ตั้งหัวข้อนี้ขึ้นมาเพราะ วันนี้บีมแพ้แบบที่หมัก Foremost ค่ะ เลยอยากรู้ว่า คนอื่น ๆ ที่กินที่ใช้แล้วได้ผล ใช้นมอะไรกันบ้าง

เอามาแชร์กันนะคะ ทุกคนจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

กรุ๊ปนี้ทำให้ทุกคนค่ะ ขอให้ใช้ประโยชน์กันให้เต็มที่เลยนะคะ

นอนก่อนนะคะ ฝันดีค่ะ :)