รวบรวมคำถามที่ถามบ่อย FAQ

รวบรวมคำถามที่ถามบ่อย FAQ

ถาม สนใจแนวทางของคุณบีม แต่ว่าเนื้อหามันเยอะมาก ขอให้คุณบีมช่วยสรุปให้ได้มั้ยคะว่า หากต้องการเริ่มต้น จะต้องทำอย่างไร

ตอบ ก่อนอื่นบีมอยากให้เข้าใจก่อนนะคะว่า เวลาที่อ่านบทความแต่ละอันของบีมนั้น ขอให้ดูวันที่เขียนบทความนั้น ๆ ด้วยค่ะ บางอย่างเป็นสิ่งที่บีมเข้าใจและถ่ายทอด ณ วันนั้น ซึ่งในวันนี้เมื่อความเข้าใจมีเพิ่มขึ้น บีมอาจจะแนะนำอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หลักการพื้นฐานไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมค่ะ นั่นคือ “องค์รวม” (Holistic) ที่เป็นแนวทางที่บีมยึดถือในการดูแลปัญหาผิวมาตลอดจนได้ประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพกายและจิตที่ดีขึ้นด้วยค่ะ

ก่อนที่จะปฏิบัตินั้น คุณควรทำความเข้าใจคำว่า องค์รวม ให้ถ่องแท้เสียก่อนนะคะ

องค์รวมในความหมายของการรักษาสิวในแนวทางของบีม พูดง่าย ๆ ว่า “ทำให้ครบทุกด้าน” ที่เป็นตัวมนุษย์คนหนึ่ง

มนุษย์คนหนึ่ง จะมีส่วนที่เป็น “รูปธรรม” และ “นามธรรม”

รูปธรรม คือ สามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 หรือคือส่วนของรูปกายหยาบ
นามธรรม คือ ส่วนที่ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 แต่เป็นส่วนที่มีอยู่จริง นั่นคือ จิต

โดยคุณต้องเข้าใจต่อไปว่า “นามธรรม” ควบคุม “รูปธรรม” เสมอ

หาก คุณไม่สามารถมองเห็น “ความจริง” ข้อนี้ และมอง “รูปธรรม” สำคัญที่สุดโดยไม่เห็นความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของนามธรรม คุณจะเดินบนทางรักษาสิวแนวนี้ได้ไม่ตลอดรอดฝั่งและไม่สามารถหายขาดได้จริง ๆ ค่ะ

ความจริงอีกข้อคือ ผลย่อมเกิดแต่เหตุ นั่นคือ เมื่อคุณตั้งใจก่อเหตุปัจจัยแห่งสุขภาพดีแล้ว สุขภาพผิวที่ดีขึ้นย่อมตามมาอย่างแน่นอน ไม่มีเป็นอื่น ไม่มีทางที่คุณตั้งใจปลูกต้นมะลิ แล้วจะได้ดอกหน้าวัวอย่างเด็ดขาดค่ะ

ดังนั้น สัจธรรม 2 ข้อที่บีมขอเน้นย้ำให้ยึดถือ คือ

  1. นามธรรม ควบคุม รูปธรรม
  2. ผลย่อมเกิดแต่เหตุ

เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว ขั้นต่อไปคือ การลงมือปฏิบัติ

รูปธรรม
รูปธรรม คือ ส่วนกายเนื้อ อันได้แก่ เซลล์ที่เป็นองค์ประกอบเล็กที่สุดที่สามารถทำงานได้ในระดับกายภาพ
บี มไม่อยากให้คุณมองร่างกายตัวเองแบบแยกชิ้น ให้มองเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์กลุ่มหนึ่งที่มีรูปร่างและหน้าที่แตกต่างกัน แต่มันคือกลุ่มก้อนเดียวกันทั้งหมด และเชื่อมต่อกันทั้งหมด

หากเซลล์ใดเซลล์หนึ่งเป็นอะไร หรือได้รับแรงสั่นสะเทือน เซลล์อื่นก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

การที่จะบำรุงเซลล์ของเราให้มีสุขภาพดีนั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้ ที่บีมหยิบยืมแนวคิดและวิธีปฏิบัติมาจากคุณ Seppo Puusa ผู้เขียนหนังสือ Clear For Life และมันได้ผลดีจริง ๆ ค่ะ

  1. อาหาร
  2. อากาศ
  3. ออกกำลัง
  4. อารมณ์
  5. แสงแดด
  6. นอนหลับพักผ่อน

ในบล็อกนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับทั้ง 6 องค์ประกอบนี้เยอะมาก แต่บีมจะสรุปเอาสั้น ๆ ง่าย ๆ นำไปปฏิบัติได้เลยดังนี้นะคะ

อาหาร

  • ทานอาหาร ผัก ผลไม้สด ใหม่ ไม่มีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง หรือสารปนเปื้อนอื่น ๆ เจือปน หลีกเลี่ยงอาหารกระป๋อง จำไว้ว่า “อาหารอายุสั้น เราอายุยืน อาหารอายุยืน เราอายุสั้น”
  • ลด งดอาหารจำพวก แป้งขัดขาวและน้ำตาล (แป้งขัดขาวยกตัวอย่างเช่น ข้าวขาว เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ บะหมี่สำเร็จรูป เป็นต้น) เพราะ แป้งและน้ำตาลจะทำให้ร่างกายอักเสบ สิวก็อักเสบ จากเล็กเป็นใหญ่ จากใหญ่เป็นหัวแดง เหลือง หนอง เป็นหัวช้างก็เพราะน้ำตาล นอกจากนี้ เมื่อมีน้ำตาลหลงเหลือในลำไส้มาก จะถูกจุลินทรีย์หมักเป็นแอลกอฮอล์ และสารตัวนี้จะถูกดูดซึมกลับเข้ากระแสเลือดไปทำร้ายเซลล์ ทำให้เซลล์ขาดน้ำ (เหมือนเวลาดื่มเหล้า หัวจะมึน ๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก หน้าเหี่ยว ปากแห้ง ลมหายใจมีกลิ่น น้ำไขข้อแห้ง ฯลฯ)
  • ลด งด อาหารที่ใช้น้ำมันทอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันจากสัตว์ และการใช้น้ำมันเก่า หรือถ้าไม่ทานของทอด ผัดเลยจะดีมาก แต่สามารถทานน้ำมันสกัดเย็นจากธรรมชาติได้เสมอ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งเป็นน้ำมันโมเลกุลบริสุทธิ์ไม่ถูกรบกวนด้วยความร้อน และมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ

อากาศ

  • ฝึก การหายใจลึก ๆ ยาว ๆ จนเป็นนิสัย หายใจลึกเข้าสู่ท้องน้อย หายใจออกทางปาก อย่างน้อยวันละ 15-20 นาทีในที่ที่มีอากาศดี ออกซิเจนเยอะ (เราจะสามารถหายใจได้เต็มปอดเมื่ออยู่ในที่อากาศดีได้โดยอัตโนมัติ) เป็นการเติมออกซิเจนจำนวนมากกว่าปกติให้กับร่างกาย (เชื้อโรคส่วนใหญ่กลัวออกซิเจน)
  • หากอยู่ในเมืองใหญ่ หาโอกาสไปชานเมืองหรือเที่ยวนอกเมืองเพื่อฟอกปอดบ้างค่ะ

ออกกำลัง

  • การ ออกกำลังไม่ใช่การไปฟิตเนสอย่างเดียวเท่านั้น คุณสามารถออกได้ด้วยการเดินเป็นระยะทางไกล ๆ หรือเดินไปมารอบบ้านของคุณจนรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นเร็วและแรงขึ้น รู้สึกว่าเหนื่อยและได้เหงื่อ รู้สึกถึงพลังที่วิ่งพล่านทั่วร่างกาย และความสดชื่นที่มากขึ้น แม้กระทั่งทำโยคะหรือแกว่งแขนวันละ 15-30 นาที ซึ่งใน Google คุณสามารถค้นหาวิธีการออกกำลังที่เหมาะสมกับคุณได้ค่ะ
  • การออกกำลังไม่ควรออกรุนแรงและยาวนานเกินไปจนร่างกายเกิดความเครียด เพราะจะทำให้เกิดผลในทางตรงข้าม
  • หัวใจ สำคัญ คือ ขอให้ร่างกายได้ขยับได้ทั่ว เลือดลมหมุนเวียน พลังงานวิ่งพล่านทั่วร่างกาย และทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอเสียเงินไปฟิตเนสค่ะ

อารมณ์

  • จิตที่โน้มหาความสงบ ความเงียบ จะมีอารมณ์นิ่งและมั่นคง ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสมดุลตามไปด้วย
  • หา กิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลายจากภายใน สุขจากภายใน สุขตั้งแต่คิดที่จะทำ ขณะทำ และหลังทำ ไม่ใช่การ Shopping ที่สุขตอนคิดจะทำ ขณะทำ แต่ทุกข์หลังจากทำค่ะ ข้อนี้สำคัญมาก ทุกคนควรมีกิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลายจริง ๆ อย่างน้อย 1 อย่าง และทำวันละ 1 ครั้งประมาณ 30 นาที -1 ชั่วโมงเพื่อระบายความ “ตึง+เครียด” ที่สะสมอยู่ในเซลล์มาตลอดวัน ให้เซลล์ของคุณได้ยิ้มได้หัวเราะกับเค้าบ้าง

แสงแดด

  • แม้ แสงแดดจะเป็นตัวการทำร้ายผิวลำดับต้น ๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกสภาพแสงจะเลวร้ายไปเสียหมด ช่วงเวลาเช้าและเย็นที่มีแดดอ่อน เป็นช่วงที่คุณควรจะต้องพาตัวเองมาอาบแดดบ้างค่ะ เพราะจะเป็นการเพิ่มพลังให้กับเซลล์ของคุณ ปลุกเซลล์ให้ตื่นพร้อมรับวันใหม่ และได้รับพลังงานของวันใหม่ เพิ่มความสดชื่นโดยไม่ต้องพึ่งกาแฟค่ะ

นอนหลับพักผ่อน

  • สำคัญ สำหรับผิวที่เป็นสิวหรือร่างกายเป็นโรคเรื้อรังไม่แพ้ข้ออื่น และถือเป็นข้อสำคัญ บีมยืนยันว่า “การนอนหลับเป็นยารักษาทุกโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด”
  • วิธี การนอนที่ถูกต้องจะให้ผลดีในทางรักษา คือ นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม ถ้าได้ 3 ทุ่มจะดีมาก ๆ เพราะจะช่วยรักษาคุณภาพของเซลล์เม็ดเลือดแดงเอาไว้ได้ ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดแดงนี่เองจะเป็นตัวสำคัญในการนำพาสารอาหารและออกซิเจนที่ ถือว่าเป็นหัวใจของการมีร่างกายที่แข็งแรงของเราอย่างแท้จริง ผิวไม่สวยคือผิวที่เลือดน้อย เม็ดเลือดลำเลียงสารอาหารไม่ดี ไปไม่ถึงปลายทาง (ผิวหนัง) ดังนั้น การนอนเร็วจึงช่วยเรื่องสิวอย่างมาก และ ช่วยปรับสมดุลร่างกายทั้งระบบอย่างมากมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิต สัมพันธภาพของคุณให้ดีขึ้นในแต่ละวันค่ะ
  • ช่วงนอนหลับร่างกายมีกลไก ซ่อมบำรุงตัวเองและขับล้างพิษมากมาย หากหลับดี ร่างกายจะฟื้นตัวเองเร็วและล้างพิษออกจากเซลล์ในแต่ละวันได้มาก ไม่ตกค้างให้เป็นพิษสะสม
  • การนอนกลางวันไม่สามารถทดแทนการนอนกลางคืนได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ

นอกเหนือจาก 6 ข้อดังกล่าวแล้ว สิ่งที่บีมคิดว่า สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ การดื่มน้ำ

หากร่าง กายของคุณได้รับน้ำเพียงพอ “ริมฝีปาก” ของคุณจะชุ่มชื้นโดยไม่ต้องทาลิปมันแต่อย่างใด มันจะเต่งตึงและสวยงามตามรูปทรงธรรมชาติ ดังนั้น การวัดว่าร่างกายของคุณได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ให้สังเกตที่ริมฝีปาก

วิธีการดื่มน้ำที่ถูกต้อง ทำให้ผิวสวยเช่นกัน มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้

  1. ไม่ ดื่มน้ำเย็น หรือ จำกัดการดื่มน้ำเย็น เพราะน้ำเย็นทำให้ร้อนในและป่วยง่าย จากข้อสังเกตของบีม การดื่มน้ำไม่เย็นก็ช่วยดับกระหายได้ ยิ่งถ้าเป็นน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ไม่เย็น ยิ่งดับกระหายได้ดี ความเย็นของน้ำแข็งไม่ได้ช่วยดับร้อน ยิ่งทำให้ร้อนขึ้น ในทางกลับกัน การดื่มสมุนไพรฤทธิ์เย็นจะทำให้หยุดการกระหายน้ำได้จริง และยังช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นจากภายในด้วย
  2. หลังตื่นนอนดื่มน้ำ เปล่าไม่เย็นทันที 2 แก้วเพื่อชำระสิ่งสกปรก ของเสียในเลือดและเซลล์ทั่วร่างกายทันทีในตอนเช้า (ที่ร่างกายได้กวาดได้ถูไปแล้วตอนนอน) หรือหากต้องการให้น้ำนั้นล้างลำไส้ด้วย ให้ผสมน้ำมะนาวประมาณ 1/2-1 ลูกกับน้ำอุ่น ๆ และอาจจะเติมเกลือลงไปนิดหน่อย ก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น
  3. ระหว่างวันให้จิบน้ำเรื่อย ๆ อย่าดื่มพรวดเดียว เพราะจะทำให้ร่างกายไม่ทันใช้น้ำ ยิ่งทำให้ขาดน้ำ (โดยที่เราเข้าใจว่าเราดื่มเยอะแล้ว)
  4. ถ้าหากกระหาย ก็ดื่มเป็นแก้วได้เลย แต่ไม่ต้องใช้น้ำเย็น
  5. 15 นาทีก่อนอาหาร ระหว่างอาหารและ 45 นาทีหลังอาหารไม่ควรดื่มน้ำเกิน 1/2 แก้ว จะได้ไม่รบกวนระบบย่อยอาหารของร่างกาย

สำหรับ การบำรุงเลี้ยงเซลล์ในส่วนรูปธรรม เบื้องต้นฝึกทำเท่านี้ให้เป็นนิสัยก่อนค่ะ และจะสังเกตได้ว่าสุขภาพของเราจะแข็งแรงขึ้นก่อน ส่วนผิวนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนค่ะ โดยที่คุณจำเป็นต้องพิจารณาดูด้วยว่า skincare และเครื่องสำอางที่คุณใช้อยู่นั้นเหมาะสมหรือไม่ เพราะถ้าคุณบำรุงเลี้ยงดูเซลล์ดีจากภายใน แต่ผิวภายนอกโดนทำร้ายทุกวัน ผิวก็อาจจะไม่สามารถพัฒนาไปในทางที่ดีได้ค่ะ

นามธรรม
นามธรรม หรือในส่วนของจิตนั้น เป็นส่วนที่คนมองไม่เห็น จึงไม่ค่อยเชื่อในอานุภาพของมันที่คอยควบคุมทุกสิ่งในตัวเรา รวมไปถึงอาการสิวที่เราประสบด้วย

จิตทำงานตลอดเวลาไม่มีวันหยุด แม้ในยามหลับ จิตของเราก็ยังคงตื่นอยู่

จิตของเราจะเบี่ยงเบนไปทางใด หรือมีคุณภาพมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราใส่เข้าไปในจิต

โดยปกติแล้ว คนเรามีแนวโน้มที่จะทำความต้องการหรือที่เรียกว่า กิเลส
ดังนั้น โอกาสที่คนเราจะ คิด พูด ทำ ในสิ่งที่เป็นกิเลสในแต่ละวันจึงสูงถึง 90% หรือในบางคนก็ 100%

การที่จะทำให้จิตทำในสิ่งตรงข้าม คือ การฝึกฝน

เมื่อ เราประสบความสำเร็จในการทำสิ่งดี ๆ ก้าวเล็ก ๆ ให้กับตัวเอง เช่น เลือกกินอาหารจานผักแทนลูกชิ้นหมูปิ้งใส่น้ำจิ้มที่มีผงชูรส เราก็จะมั่นใจและสามารถก้าวไปทำสิ่งที่ใหญ่กว่าเช่น การอดอาหารล้างพิษ เมื่อทำได้ 1 วัน ก็ย่อมเป็นฐานให้เราสามารถทำ 3 วันหรือมากกว่านั้นได้

จิตที่คิดถึงแต่เรื่องดี ๆ จะสื่อไปยังอิเลคตรอนของเซลล์ของเรา ไปสั่นสะเทือนให้เซลล์ตอบสนองในทางที่ดี มีความสุข สมดุล สงบ สะอาด

จิต ที่ขุ่นมัว วิตก คิดมาก ใจร้อน ฯลฯ จะส่งพลังไปยังเซลล์ในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้เซลล์อ่อนแอ หดหู่ ไม่อยากทำงาน ผลคือ เชื้อโรคชนะขาด

ดังนั้น การบำรุงดูแล “นามธรรม” หรือ จิตของเราให้ดีนั้น เหมือนการให้อาหารแก่จิตวิญญาณของเรา ขจัดเรื่องลบ ๆ อารมณ์ลบ ๆ ออก ปลูกฝังแต่สิ่งดี ๆ เข้าไป มีสติจับเอาความคิดและอารมณ์ลบ ๆ ออกไป

กล่าวโดยสรุปว่า ผู้ที่ต้องการเริ่มการรักษาสิวในแนวทางของบีมนั้น ต้องทำดังนี้

  1. เปิดใจยอมรับแนวทางอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองและพิสูจน์ดูสักตั้งว่าจริงหรือไม่
  2. เข้าใจคำว่า “องค์รวม” และ “ผลเกิดแต่เหตุ”
  3. ปฏิบัติต่อ “กาย” อย่างถูกต้อง
  4. ปฏิบัติต่อ “จิต” อย่างถูกต้อง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม ถ้าทำไม่ครบทั้งหมดนี้ สิวจะหายมั้ยคะ

ตอบ ถ้าหากหมายถึงว่า ให้หายขาดจากภายใน คือ ไม่ต้องมาขึ้นอีก บีมขอตอบว่า ไม่หายค่ะ

แต่ อย่างน้อยการทำให้ได้สัก 60 – 80% ก็จะช่วยให้อาการสิวทุเลาลงมาอยู่ในระดับที่ “ควบคุมได้” อย่างแน่นอน และคุณจะเริ่มทุกข์กับเรื่องสิวลดลง และในปัจจุบันนี้คุณยังมีตัวช่วยในการดูแลผิวอีกมากมาย แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะหายขาด มันจะสามารถขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่มีปัจจัยส่งเสริมให้มันขึ้น เช่น

  • กินแป้งและน้ำตาลเยอะจากงานสังสรรค์ประจำปี
  • ความเครียดจากงาน
  • นอนดึก
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม ทำไมเรื่องจิตถึงมาเกี่ยวกับการรักษาสิว และเกี่ยวอย่างไร

ตอบ บีมยืนยันและนอนยันว่า การฝึกจิตให้ผ่องใส ให้สงบ เกี่ยวข้องกับการรักษาสิวอย่างมาก เพราะบีมเห็นกับตัวเองด้วย และจากทุก ๆ เคสที่บีมได้รับฟังปัญหา แนะนำ และติดตามผล

เคสของบีม

อดีต คนใกล้ชิดจะรู้ว่าบีมอารมณ์แปรปรวนมากถึงมากที่สุด สุขทุกข์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที อารมณ์ก็ร้อน อีโก้สูง ขี้หงุดหงิด ชอบแข่งขัน ชอบเอาชนะ ยอมใครไม่เป็น คือ แทบหาความสงบสุขในใจไม่ได้เลย

ปัจจุบัน หลังจากที่ผ่านบททดสอบชีวิตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และการได้กลับบ้านมาเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณยายและคุณพ่อคุณแม่ และมีเวลาอยู่กับตัวเอง ศึกษาตัวเองมากขึ้น ศึกษาธรรมะมากขึ้น นั่งสมาธิมากขึ้น ทำให้จิตเดิมเปลี่ยนแปลงไปสู่สถานะที่ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ การที่เรารักษาสิวตามแนวทางนี้ ทำให้เราต้องมีจิตใจแน่วแน่มั่นคงมาก และต้องประคองสติไม่ให้กินนอกลู่นอกทาง รักษาระดับอารมณ์ไม่ให้ฉุนเฉียว รู้จักฟังเสียงของร่างกายมากขึ้น การตอบสนองของเค้า และอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้บีมเปลี่ยนไปมาก และบีมเชื่อว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สิวไม่กล้าบุกเยอะเหมือนแต่ก่อนอีก แล้ว เพราะจิตเรานิ่งขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น ไม่ร้อนเหมือนก่อน ทุกอย่างเลยปกติสมดุลมากขึ้น และช่วยเรื่องผิวพรรณให้ผ่องใสขึ้นไปในตัวค่ะ

คุณ เคยสังเกตพระอริยะเจ้าหรือพระสงฆ์ แม่ชี หรือ ภิกษุณีที่มีจรรยาน่าเลื่อมใส่มั้ยคะ ทำไมผิวพวกท่านจึงผ่องใส แม้วัยจะล่วงเลย และบีมเชื่อแน่ว่าท่านไม่ได้ปรุงแต่งผิวเหมือนอย่างพวกเราแน่นอน

นี่คือ จิตที่สะอาดผ่องใสที่จะควบคุมทุกกระบวนเซลล์ให้ฉายออกสู่ภายนอกแบบนี้ล่ะค่ะ มันคือหลักการเดียวกัน

สำหรับ ผู้ที่เคยเข้ามาขอรับคำแนะนำ และลูกค้าที่บีมได้ดูแลอยู่ทุกวันนี้ และได้ติดตามผล จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และกลุ่มที่หายไปเลย

กลุ่มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ นี้ และยังติดต่อกันอยู่เรื่อยมาจนกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน บีมพบว่า สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือ ทัศนคติที่ดี เป็นคนดี จิตใจดี อดทน ยอมรับและเข้าใจปัญหา และพยายามแก้ไปด้วยใจที่เย็น คือ บางท่านอาจจะยังไม่หายซะทีเดียวค่ะ แต่เขาก็มีความพยายามและอดทน และปล่อยวาง

กลุ่มที่หายไปเลย มักจะเป็นกลุ่มที่ได้ลองปฏิบัติดู 1-2 สัปดาห์ และเมื่อไม่เห็นผลชัดเจนก็จะไปหาวิธีอื่นที่เร็วกว่า และกลุ่มนี้มักจะมีจิตคิดอยู่กับเรื่องสิวประมาณ 90% ของชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ เพราะบีมเข้าใจว่าคนเป็นสิวก็จะเป็นแบบนี้ แต่เมื่อไหร่ที่พวกเขาเข้าใจจริง ๆ ว่า แนวทางของบีมคืออะไร พวกเขาควรเลิกทุกข์กับมันค่ะ และเอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นบ้างที่มันทำให้เขาสบายใจได้มากกว่าเรื่องสิว

เพราะ การคิดแต่เรื่องสิว ไม่ใช่ “เหตุ” แห่งการ “หายจากสิว” แต่มันยิ่งเพิ่ม “การตอกย้ำ” ว่า “เธอจะไม่มีทางหายจากโรคนี้แน่นอน”

การ ย้ำคิดย้ำทำ จะเป็นการสะกดจิตตัวเอง จนเราเห็นแต่ภาพหน้าสิวของตัวเองชัดเจนในมโนภาพเมื่อใด เมื่อนั้น จิตของคุณจะสั่งให้เซลล์ของคุณทำให้คุณเป็นสิวอยู่แบบนั้นเพื่อตอบสนองกับ ภาพที่ถูกตอกย้ำในหัวทั้งหลับและตื่น มันช่างน่ากลัวนะคะ ที่จิตของคุณกรอภาพสิวของคุณซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลา

เหมือนเวลาที่มีการโปรโมตเพลงใหม่ ๆ ก็จะเปิดกันทั้งวันทั้งวัน จนติดหูเรา จนเราร้องได้ หรือแม้แต่ไม่ได้ฟัง มันก็ยังเล่นในหัว

เรื่องสิวก็หลักเดียวกันค่ะ แต่เปลี่ยนจากดีเจที่สะกดจิตเรา เป็นเราสะกดจิตตัวเอง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม จำเป็นต้องสวนล้างลำไส้มั้ย สิวจึงจะหาย

ตอบ การสวนล้างลำไส้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาสิว แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการช่วยถอนพิษออกจากร่างกาย โดยหลักแล้ว เมื่อสวนลำไส้จะได้ล้างพิษที่ตับและลำไส้ใหญ่

ตับเป็นอวัยวะภายในที่ สำคัญมากของร่างกาย เป็นเสมือนทหารที่คอยจับ คอยกรองข้าศึก สิ่งแปลกปลอม เปลี่ยนรูปพวกนี้ให้อยู่ในรูปที่ไม่อันตรายต่อร่างกายและกำจัดออกตามช่องทาง ปกติ

ในปัจจุบัน ร่างกายมีการรับพิษมากเกินกว่าประสิทธิภาพของร่างกายจะกำจัดออก จึงทำให้ตับต้องทำงานหนักเพื่อกรองพิษและกำจัดออก และตับเองเมื่อสัมผัสกับพิษมาก ๆ ทุกวัน ๆ และไม่สามารถกรองและกำจัดได้หมด จึงทำให้ตับอ่อนเพลียและสามารถติดเชื้อโรคหรือโดนพิษเหล่านั้นทำร้ายได้ กลุ่มอาการอย่างหนึ่งเรียกว่า “ตับอักเสบ” นั่นเอง

หรือคนสมัยนี้ นอนเกินเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ตับกับถุงน้ำดีจะได้ทำงานในการกำจัด “ไขมัน” เสีย ๆ หรือส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้ไขมันไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดมาก เลือดก็หนืด เหนียว ข้น เจ็บปวด หลอดเลือดอุดตัน และปัญหาสิวก็เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะไขมันล้นเกิน จึงมาระบายออกที่ใบหน้าด้วย

ส่วนลำไส้ ก็เป็นที่กำจัดของเสียแหล่งใหญ่ที่หนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าไม่สามารถทำงานได้ดีแล้ว ของเสียที่ตกค้างจะถูกดูดซึมกลับเข้ากระแสเลือด เป็นพิษที่ทำให้เซลล์บาดเจ็บและอ่อนแอ อักเสบ ซ้ำยังเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ที่นิสัยไม่ดีอีกด้วย ทำให้มันขยายอาณาจักรกว้างขวางเบียดเบียนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ของเราหมด สิ้น จึงทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอและเกิดโรคผิวหนังได้เพราะขาดวิตามินเคที่ สังเคราะห์ได้จากจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้

ดังนั้น การสวนล้างลำไส้จึงช่วยผิวพรรณทางอ้อม เพราะเมื่ออวัยวะ 2 ชิ้นนี้แข็งแรงดีแล้ว ของเสียคั่งค้างได้ออกไปจำนวนมาก ๆ ในครั้งเดียว ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น อวัยวะทำงานกำจัดของเสียดีขึ้น เลือดลมดีผิวพรรณจึงดีตามไปด้วยนั่นเอง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม ถ้าไม่สวนลำไส้ (เพราะกลัว) จะมีวิธีอื่นในการล้างพิษหรือไม่

ตอบ มีค่ะ แต่อาจจะได้ผลไม่เร็วเท่า นั่นคือ การดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นที่มีกากใยสูงเป็นประจำทุกวัน และเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้องโดยเด็ดขาด ไม่กินเนื้อสัตว์เลย ยกเว้นปลา และกินอาหารจานผักที่ไม่ทอดและผัด นอนให้เร็ว ตื่นให้เช้า พูดง่าย ๆ ว่า ต้องทำตามหลักที่ได้แนะนำอย่างเคร่งครัดเป็นประจำทุกวัน และอาจจะทาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระบาย ฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ เช่น ขมิ้นชัน และสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงตับ เป็นต้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม ช่วงระหว่างรักษาสิวแบบองค์รวมนี้ กับผิวหน้าจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรดี

ตอบ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของคุณค่ะ คุณสามารถบำรุง กันแดด แต่งหน้า ได้ตามปกติ แต่ขอให้เลิกใช้เครื่องสำอางทุกตัวที่ “ระคายเคือง” ผิว เช่น สครับที่มีมุมเหลี่ยม ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ผสม ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน มีน้ำหอม

คุณสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ตามที่คุณพอใจ แต่โดยพื้นฐานแล้ว คุณไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า

  1. ยา ฆ่าเชื้อสิวบนหน้าที่ใช้แล้วต้องไม่ระคายเคือง ไม่ทำให้หน้าแดง แสบ คัน และต้องเป็นยาที่คุณมั่นใจว่าแม้เลิกใช้แล้วสิวต้องไม่เห่อขึ้น
  2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่อ่อนโยน
  3. มอยเจอร์บำรุงผิวเพื่อเติมน้ำให้ผิว

อย่า บีบ กด แกะ แคะสิว เพราะรอยและหลุมสิวจะตามมา ซึ่งรักษายากกว่าสิวมาก ๆ และการกด บีบ สิวยังทำให้เชื้อสิวกระจายตัวมากขึ้น แพร่ไปบริเวณข้างเคียงได้มากขึ้น โครงสร้างผิวบิดเบี้ยว ทำให้ต้องซ่อมแซมมากหลังจากที่อาการสิวดีขึ้นแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บีมคิดว่าคำถามเหล่านี้น่าจะครอบคลุมสิ่งที่ผู้สนใจและอยากจะเริ่มต้นแนวทางนี้แล้วนะคะ
แม้ จะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่การบอกตัวเองให้ลงมือทำ และ ทำอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องฝึกฝนค่ะ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การออกจากวังวนเดิม ๆ การเสียค่าใช้จ่ายสูง ๆ ในการดูแลผิวหน้า และมีสุขภาพที่ดีขึ้นพร้อมผิวที่ดีขึ้นตลอดไปค่ะ

บีมรับรองว่าคุณจะได้มากกว่าผิวที่ดีขึ้น
วิธีการของบีมนี้จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ทั้ง “รูปธรรม” และ “นามธรรม” ค่ะ
To Be A Better Man….จริง ๆ ^^

ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s