วิธีการกินที่ถูกต้อง

วิธีการกินที่ถูกต้อง

หลังจากห่างหายการอัพบล็อกไปซะนาน ประมาณ 1 สัปดาห์นะคะ เพราะเน็ตเจ๊งไปสองวัน อีเมลเพียบเลยค่ะ คุณพี่กับคุณน้องก็กลับบ้านมาพร้อมหน้าพร้อมตา พอดีบ้านไม่ได้ใช้ wireless ค่ะ ต่อสาย LAN มันต่อได้ 2 เครื่อง คุณพี่ก็วุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวไปออสค่ะ ก็ต้องใช้เน็ต คุณน้องก็ใช้ทำวิทยานิพนธ์ คุณบีมก็เลย…ต้องแอบแทรกแซงสื่อค่ะ ใช้เครื่องนู้นบ้างนี้บ้าง

แถมมีวันนึงค่ะ อยู่ดี ๆ ตอนบ่าย ๆ พาุยุฝนเข้ามาค่ะ ฝนตกหนักมากกกก หม้อแปลงระเบิด แถมน้ำขึ้นเร็วมากค่ะ ตอนแรกบีมกะว่า ไม่ปิดคอมละเพราะเดี๋ยวมันคงไป แต่ที่ไหนได้ ไฟตกค่ะ บีมกลัวเครื่องช็อต เลยปิดคอมดีกว่า

ด้วยความที่น้ำกำลังขึ้นเลย กลัวจะเอ่อเข้ามาในบ้าน บีมก็ทำใจกล้าออกกางร่มออกไปแซะ ๆ ตรงที่ระบายน้ำ ไม่รู้ติดอะไรค่ะ น้ำไม่ลง บีมก็เลยอยู่ตรงนั้นค่อนข้างนาน จนได้ยินเสียงแป้ก แป้ก ๆ ๆๆๆๆ ลูกเห็บค่า…

ดีนะที่กางร่ม ไม่งั้นหัวแตก

นึกถึงแล้วก็ขำค่ะ มันชุลมุนมาก ๆ แม่กับน้องก็อยู่ตรงประตูลุ้นกันสุดฤทธิ์ค่ะ

ลุ้นไม่ให้บีมลอยไปกับร่มกับลมที่พัดมาค่ะ ….อ่านะ อะไรจะขนาดนั้น

ฝนตกอยู่ 2 วันค่ะ ครึ้ม ๆ เน็ตก็เจ๊งแหล่ ไม่เจ๊งแหล่ บล็อกเข้าไม่ได้ อะไรที่เกี่ยวกับ Google ทำไม่ได้เลยค่ะ…ก็เลยไปทำอย่างอื่น

เม้าท์มานานเชียว…เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ

พอดีว่า เมื่อกี๊ทานข้าวแล้วเกิด Blink ขึ้นมาว่า การกินนั้นใครก็กินได้ แต่การกินให้ถูกต้องนี่สิ มันต้องฝึกฝน…

หลักการดูแลเรื่องสิวของบีมเป็นแบบองค์รวม ดังนั้น การกินย่อมส่งผลถึงสุขภาพโดยรวมและอาการสิวด้วยค่ะ

มัน อาจจะดูจุกจิก หยุมหยิม นะคะ เราอาจจะน้อยใจว่า ทำไมเพื่อนเรานอนก็ดึก ตื่นก็สาย เีที่ยวก็เที่ยว สารพัดที่จะทำร้ายร่างกาย ทำไมมันไม่เป็นสิวนะ

บีมเองก็เคยคิด ….

แต่ มาวันนี้ บีมกลับขอบคุณที่บีมได้เป็นสิวมากกว่า เพราะมันทำให้บีมเริ่มรู้จักร่างกายและจิตใจของบีมมากกว่าเดิม รู้ว่าเค้ามีพลังธรรมชาติที่เยียวยาตัวเองได้ รู้ถึงความลับของธรรมชาติ

ถ้า บีมไม่มีสิว…ก็คงไม่มีวันนี้ค่ะ ^^ จริง ๆ แล้วทุกสิ่งน่ะ มีสองด้าน เราเลือกได้ค่ะ เลือกที่จะมองด้านดีหรือไม่ดี และแต่ละสิ่งละอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตล้วนมีเหตุผลของมันทั้งนั้น ไม่มีอะไรแย่หรอกค่ะ อยู่ที่เรารู้จักใช้มันให้เป็นโอกาสรึเปล่าเท่านั้นเอง

การกินที่ถูกต้อง

ร่างกายเรามีขีดจำกัดในการรับและย่อยอาหาร ดังนั้น ชีวจิตจึงบอกว่า ให้กินทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง

นั่น เป็นเพราะ ในแต่ละครั้งที่กิน กระเพาะและระบบย่อยอาหารจะได้ไม่ทำงานหนัก ย่อยได้หมด อาหารไม่ตกค้าง เมื่อมีของมีพิษร่างกายก็ขับออกได้ทัน ไม่เก็บสะสมเอาไว้ค่ะ

เหมือนกับเวลาเราทำการบ้านหรืออ่านหนังสือสอบ ตอนสมัยเรียน งานคะแนน 50 คะแนน หากเราทำตู้มเดียวคืนก่อนส่ง มันจะออกมาดีมั้ยคะ แต่ถ้าหากเราแบ่งทำวันละเล็กละน้อย เดี๋ยวมันก็เสร็จอย่างสมบูรณ์

ก็เหมือนการกินล่ะค่ะ กินมากเกิน ย่อยไม่หมด ก็เป็นพิษตกค้างค่ะ

กินมากไป กระเพาะลำไส้ก็ทำงานหนักมากก อ่อนล้า เหนื่อยแรง ทำให้เราเพลียหลังอาหารมื้อนั้นโดยไม่จำเป็นเลย

พอกระเพาะลำไส้อ่อนแอ อ่อนแรงบ่อย ๆ ก็จะย่อยอาหารไม่ค่อยดีละ เพราะไม่แข็งแรง

ย่อยไม่ดี ร่างกายก็ขาดสารอาหาร ของเสียก็หมักหมม

เป็นวงจรเรื่อยไปอย่างนี้….

นี่คือผลเสียของ การผิดวิธีที่เรียกว่า กินมากเกินไป

การกินน้อยเกินไป

การกินที่น้อยเกินไป ก็ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงร่างกาย

หากไม่กินคาร์โบไฮเดรตหรือกินน้อยเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้ ก็จะวิงเวียน เป็นลมได้ เพราะเซลล์ขาดอาหารค่ะ

อย่างนี้เป็นต้น

จึงควรกินแต่พอดี ให้ร่างกายรู้สึกสบายค่ะ

การกินอาหารแสลง

เป็นอาหารที่ปกติคนไม่กินกัน เพราะ ย่อยยาก หรือผิดวิสัยมนุษย์ เช่น สมองลิง ปลิง ลาบสด เลือดสด หรือแม้แต่เืนื้อสัตว์ใหญ่

ในคนบางคนเช่นตามตำรากรุ๊ปเลือดก็ต้องกินเนื้อสัตว์ค่ะ แต่การจะกินอะไรและเท่าไหร่นั้น เราเองที่จะต้องสังเกตตัวเองให้ดี

หากมีอาการผิดปกติ ไม่สบายตัวหลังจากกินสิ่งนั้นก็เลี่ยง…ไม่ยากเลยนะคะ

ยากก็ตรงกิเลส ความอยากของเราค่ะ

อาหาร เหล่านี้ หากกินก็มักจะมีเชื้อโรคเกินขนาดที่ร่างกายจะรับมือไหว หรือแสลงจนร่างกายไม่รับเลยและกำจัดออกมาในรูปของอ้วกหรือท้องเสียค่ะ

เราจึงควรมีสติในการพิจารณาว่าอาหารใดเป็นประโยชน์และอาหารใดเป็นโทษค่ะ

การกินเร็วเกินไป

การกินที่เคี้ยว 3 ครั้งแล้วกลืนนั้น ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักมากค่ะ

จริง ๆ แล้วน้ำย่อยมีตั้งแต่ในปาก เราย่อยอาหารได้ตั้งแต่ที่ปากค่ะ ถ้าลองอมข้าวและเคี้ยวเหมือนตอนเราเป็นเด็ก จะรับรู้ว่าข้าวนั้นหวานแค่ไหน (แต่บีมเองบางทีถ้าปล่อยตัวเองให้หิวมาก ๆ ก็กินเร็วเหมือนกันค่ะ ต้องฝึกๆ) ข้าวที่หวานแสดงว่ามันเป็นโมเลกุลเล็กลงแล้วค่ะ คือเป็นน้ำตาล พอมันลงไปที่กระเพาะและลำไส้ มันก็ไ่ม่ต้องทำงานหนักค่ะ ทำให้ย่อยสมบูรณ์ไม่มีของเสียตกค้าง

แต่เพราะชีวิตสมัยใหม่ที่เร่งรีบ ก็ทำให้เรามักไม่เคี้ยวก่อนกลืนค่ะเพราะ

  • มีงานส่ง boss ตอนบ่ายนี้ ยังทำไม่เสร็จเลย
  • รายงานส่งชั่วโมงหน้า ต้องรีบกินรีบทำ
  • อีเมลเพียบ ยังไม่ได้ตอบ ไม่มีเวลาแล้ว
  • ฯลฯ…..

ถึงบอกว่า มันเป็นองค์รวมค่ะ…เราคิดแยกเรื่องงานออกจากสุขภาพไม่ได้หรอก…

แต่ที่มีปัญหา เพราะ วิถีชีิวิตสมัยปัจจุบันนี้ขัดกับหลักธรรมชาติค่ะ คนเลยป่วยกันเยอะ ^^

เห็นด้วยมั้ยคะ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s