วิธีเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจ (ภาคเรียบเรียงใหม่ 2553)

Dec 10, 2010

วิธีเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจ (ภาคเรียบเรียงใหม่ 2553)

เนื่องจากมีผู้สนใจแนวทางธรรมชาติบำบัดในการรักษาสิวมากขึ้น และบีมได้รับอีเมลและข้อความทาง Facebook มาอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนหลัง ๆ นี้ค่อนข้างมาก แต่คำถามของเพื่อน ๆ จะเป็นแบบเดียวกันเป๊ะ คือ สนใจแนวทางของบีมและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

จึง เป็นที่มาของการเขียนบทความรอบนี้ค่ะ ให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นตามแนวทางนี้ แต่เนื้อหาในบล็อกเยอะเหลือเกิน จับจุดไม่ถูกว่าจะต้องทำอะไรก่อน-หลัง

นอกจากนี้แล้ว บีมถือว่าเป็นการสังคายนาเนื้อหาสักครั้งหนึ่งค่ะ เพราะบีมจะได้รับคำถามดังนี้

  • ไข่แดงช่วยสิวจริงเหรอ แล้วต้องทำยังไง
  • จะทานตามสูตร Wai ต้องเริ่มอย่างไร จะโอเคมั้ย
  • สบู่ Softy ที่บีมเคยใช้จะหาซื้อได้ที่ไหน
  • ฯลฯ

และ คำถามอีกมากมายที่บีมรู้สึกว่า อืม…ถึงเวลาที่เราต้องขออธิบายอีกสักครั้งว่าสิ่งที่เราได้ค้นพบนั้นมัน เป็นแนวทางประมาณไหน และต้องเริ่มยังไงบ้าง

เอาล่ะค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสิว

สิ่ง นี้เป็นสิ่งแรกที่เพื่อน ๆ จะต้องเข้าใจแนวคิดเบื้องต้นของสิวก่อน เพราะ เพื่อน ๆ ที่เป็นสิวจะรู้สึกทดท้อมากมายกับสิวบนหน้า และรู้สึกว่าสิวแต่ละประเภทต้องการการรักษาที่แตกต่างกันใช่มั้ยคะ

จริง ๆ แล้วไม่เลยค่ะ สิวทุกประเภทใช้วิธีการรักษาแบบเดียวกัน แต่ต้องการการโฟกัสต่างกันค่ะ

หมายความว่า วิธีการรักษาแบบเดียวกัน คือ การเริ่มดูแลสุขภาพโดยรวมทั้งระบบร่างกายโดยบีมจะเน้นให้พยายามใช้ชีวิตให้ตรงกับ “นาฬิกาชีวิต” โดยเน้นเรื่องของ เวลากิน เวลานอน เวลาขับถ่าย (เดี๋ยวค่อยอธิบายในส่วนวิธีการนะคะ)

การโฟกัสที่แตกต่างกัน หมายถึง สิวที่ขึ้นแต่ละบริเวณจะมีส่วนสัมพันธ์กับระบบร่างกายที่แตกต่างกัน ซึ่งการวิเคราะห์เบื้องต้นของบีมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาและเปอร์เซ็นต์ความ ถูกต้องในการแก้ปัญหามีมากถึง 95 – 100% ค่ะ แต่ถ้าแก้ตามวิธีที่บีมแนะนำแล้วยังไม่ได้ผล ต้องพึ่งคุณหมอแนวธรรมชาติบำบัดแล้วค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีสิวที่หน้าผาก ร่วมกับคาง แก้ม หรือกราม คนคนนั้นต้องแก้ที่ระบบลำไส้ ทางเดินอาหาร ในบางรายมีลำไส้อักเสบเรื้อรังแต่ไม่ได้รักษาเพราะคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร บางรายท้องผูกตลอดปี บางรายท้องเดิน (ถ่ายบ่อย) กว่าชาวบ้าน ความผิดปกติทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ระบบทางเดินอาหาร (รวมไปถึงกรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหาร) ล้วนเป็นเหตุให้เกิดสิวบริเวณนี้ค่ะ

ส่วนที่ ระหว่างคิ้ว และขมับจะสัมพันธ์กับ ตับ ถุงน้ำดี การกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ปริมาณไขมันที่สูงเกินไปในเลือดและเซลล์ ก็จะมาโฟกัสที่จุดนี้เพิ่มเติมค่ะ

ปัญหาสิวทุกประเภท บีมมั่นใจว่าเกิดจากระบบหลัก 2 ระบบนี้ค่ะ เพราะ

  1. ลำ ไส้เป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ถ้าดูแลไม่ดีจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อและพิษมากมายและถูกดูดซึมสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดสกปรก เม็ดเลือดมีปัญหา พอเม็ดเลือดแดงมีปัญหา ก็นำอาหารไปเลี้ยงเซลล์ไม่ได้มาก เซลล์ขาดสารอาหารก็ไม่แข็งแรง ร่างกายที่ไม่แข็งแรงก็ภูมิต้านทานต่ำ ผิวติดเชื้อหรือเป็นสิวง่ายนั่นเองค่ะ
  2. ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ๆ เพราะช่วยคัดกรองของเสียออกจากเลือด เอาเฉพาะส่วนที่ใช้ได้เข้าสู่เลือดไปเลี้ยงร่างกาย เป็นโรงงานผลิตอะไรให้ร่างกายหลายสิ่งหลายอย่าง สมัยนี้คนเป็น “ไขมันพอกตับ” (Fatty Liver) กันมากโดยไม่รู้ตัว และคนเป็นสิวส่วนใหญ่ ถ้าไปตรวจเลือด ไขมันจะสูงกระฉูดทั้งนั้นค่ะ ถ้าตับมีปัญหา สิวก็เกิดได้แน่นอนค่ะ

และคนเป็นสิว กรุณาอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้เป็นค่ะ เพราะ แผนผังพันธุกรรมมันต่างกัน หลายคนแอบอิจฉาคนที่ใช้ชีวิตเต็มสูบ กินเหล้า สูบบุหรี่ กินหวาน มัน เค็ม ฯลฯ ทำไมเค้าไม่เป็นสิวน้อ

บีมขอเล่าว่า มีเพื่อน ๆ และลูกค้าของบีมที่ได้เล่าประวัติให้ฟัง ในหลายท่านไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นสิวนะคะ ซึ่งเมื่อบีมสืบไปถึงประวัติและพฤติกรรมที่ผ่านมา เค้าเหล่านั้นก็มีพฤติกรรมที่ก่อสิวค่ะ เพียงแต่ใช้เวลานานกว่า กว่าจะแสดงผลเหมือนอย่างคนที่มีพันธุ์เป็นสิว

ใครจะมีพันธุ์เป็นสิว หรือไม่มีก็ไม่ต้องไปคิดค่ะ เสียเวลานะคะ เราเอาเวลามาคิดดีกว่าว่าเราจะดูแลตัวเองอย่างไรให้สิวหายเสียทีหรืออย่าง น้อยก็ขอให้ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่น ๆ ที่ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา เข้า ๆ ออก ๆ คลินิกอยู่เรื่อย ๆ หลาย ๆ ปี

ตัดสินใจแล้วก็เต็มที่กับมันค่ะ

สำหรับบีม บอกตัวเองว่า ถ้า 1 ปีบีมทำตามแนวของตัวเองในแบบธรรมชาติบำบัดไม่หาย บีมจะยอมหาหมอ กินยา ทายาไปตลอดชีวิต

บีมให้เส้นตายตัวเอง 1 ปีค่ะ แต่มันหายก่อนนั้นอีก ^^

ถาม ว่าหาย 100% มั้ย บีมบอกว่าไม่ 100% ค่ะ สภาพผิวของบีมตอนนี้อยู่ที่ 95-98% ซึ่งเปอร์เซ็นต์น้อย ๆ นั้นจะมีสิวขึ้นได้ถ้าหากว่าเริ่มใช้ชีวิตแบบทรมานร่างกายหรือฝืนธรรมชาติ ของร่างกายไปสักพักนึง เช่น กินเนื้อสัตว์ นอนน้อย เครียด เป็นต้น

เอาล่ะค่ะ บีมคิดว่าเพื่อน ๆ จะมีแนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับสิวได้ประมาณหนึ่งแล้วนะคะ ว่า

  1. สิวทุกประเภทรักษาด้วยวิธีเดียวกัน เพียงแค่อาจจะต้องโฟกัสต่างที่กัน ซึ่งต้องทดลองไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ สังเกตและปรับเปลี่ยนวิธีการไป
  2. สิวเกิดจากระบบหลัก 2 ระบบ คือ ลำไส้ และตับ (และสัมพันธ์กับคุณภาพของเลือดนั่นเองค่ะ)
  3. สิวเกิดจากไขมันและน้ำตาลที่ล้นเกิน รวมถึงการใช้ชีวิตฝืนหลัก “นาฬิกาชีวิต” และธรรมชาติของร่างกาย
  4. สิว อาจไม่หาย 100% แต่เราจะสามารถควบคุมมันได้ หรือหาย 100% แต่มันสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อถ้าหากเราทำในสิ่งที่กระตุ้นให้มันขึ้น เพราะ เรามียีนส์ทำให้มีสิวอยู่ (ร่างกายระบายของเสียออกทางผิวหนัง) แต่เราสามารถควบคุมมันได้ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมของร่างกายไม่ให้สิวขึ้นค่ะ

วิธีการปฏิบัติตัวเบื้องต้นเพื่อรักษาสิว

ให้ เวลาตัวเองอย่างน้อย 3 เดือนถ้าหากคุณตั้งใจที่จะทำตามแนวนี้แล้ว และบีมต้องขอบอกว่าระยะเวลาที่ร่างกายของแต่ละคนจะรักษาตัวเองนั้นแตกต่าง กัน บางคน 2 สัปดาห์ก็ดีขึ้นแล้ว บางคน 1 เดือน บางคนมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาสุขภาพที่มี แต่โดยปกติแล้วถ้าหากทำตามขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้ เราจะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ในเวลาประมาณไม่เกิน 1.5 เดือนค่ะ

อ้อ…นอกจากนี้ คนรอบข้างที่สงสาร สงสัย อาจจะบั่นทอนกำลังใจของคุณได้ คุณไม่ต้องโกรธเค้าค่ะ ไม่ต้องโกรธใครทั้งนั้นนะคะ คุณจะจิตตกได้แน่ ๆ ค่ะถ้ามีคนมาทักตอนคุณอาจจะสิวขึ้นระหว่างที่ปฏิบัติการธรรมชาติบำบัดของคุณ ระหว่างขับพิษ คุณอาจจะสงสัยว่า “มันจะหายจริงหรือ?”

ดังนั้น ขั้นตอนแรกคุณไม่ต้องคิดถึงอะไรมากมายนะคะ ถามตัวเองก่อนเลยว่า

  1. ฉันพร้อมที่จะรับกับสิวที่อาจจะปะทุขึ้นได้หรือไม่
  2. ฉันพร้อมที่จะต้องออกไปพบกับผู้คนในขณะที่สิวขึ้นหน้าได้หรือไม่
  3. ฉันจะทำอย่างไรกับสถานการ์ณเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นขณะที่กำลังรักษาสิวตามแนวทางนี้
  4. ฉันจะประคองใจตัวเองอย่างไรให้ผ่านช่วงจิตตกไปได้

ถ้า หากคุณถามตัวเองแล้ว และคำตอบคือ พร้อม 100% ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ถอย คุณก็เดินหน้าเลยค่ะ แต่ถ้าไม่….บีมแนะนำให้หาแนวทางอื่นดีกว่าค่ะ ไม่งั้นจะไปไม่ถึงฝั่ง นอกจากไม่ถึงฝั่งแล้วคุณจะตราว่า “ธรรมชาติบำบัด” นั้นไร้สาระ ไม่ได้ผลหรอก

คราว นี้บีมขอชี้แจงว่า บีมไม่ใช่หมอ ไม่ใช่กูรู บีมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติจนมันประสบความสำเร็จและบีมก็ได้สังเกตจากลูกค้าและ ทุก ๆ คนที่ได้ทดลองใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายมากขึ้น บีมก็เชื่อว่า มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากพันธนาการความทุกข์แห่งสิวที่ผ่านมา ได้แน่นอน

และวิธีการที่บีมได้เคยใช้ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่ม (สิงหาคม 2553) มันอาจไม่ถูกต้อง 100% แต่บีมก็เสี่ยงที่จะทำดู แต่ ณ วันนี้ บีมได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากมายกว่าวันนั้น จึงทำให้บีมมองเห็นภาพรวมว่า วิธีไหนที่บีมเคยทำแล้วเวิร์ค ได้ผลดี และบีมคิดว่ามันไม่สุดโต่งไป และน่าจะได้ผลดีกว่าวิธีการอื่น ๆ ค่ะ

คุณไม่ควรทำตามบีมทุกอย่าง ทั้งหมด ควรใช้วิจารณญาณด้วยว่า วิธีการนั้นมันสุดโต่งเกินไปหรือไม่ คุณไหวมั้ย หรือมันไม่โอเคกับร่างกายเลย คุณก็ควรหยุดทำและลองหาวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสมกว่า

เอาล่ะค่ะ บีมจะเสนอแนะสิ่งที่บีมมั่นใจว่าถ้าได้ทำแล้วช่วยเรื่องสิวได้ อย่างน้อยก็ 85-95% นะคะ

  1. ปรับระบบลำไส้ บทความนี้บีมเขียนไว้ที่บล็อกของร้านออนไลน์ แต่ที่ลิงค์ไปนี่ไม่มีเจตนาจะขายของที่นี่นะคะ บีมเพียงแต่เห็นว่าเขียนเอาไว้ดีและครบถ้วนแล้ว เข้าไปอ่านกันได้เลย
  2. นอนให้เร็วขึ้น ที่บีมพิสูจน์มาก็คือ ไม่เกิน 5 ทุ่ม ดีที่สุดค่ะ (ช่วยให้ตับแข็งแรง ระบบร่างกายจะแข็งแรงขึ้น การนอนหลับเป็นยารักษาสิวที่ดีที่สุดค่ะ ช่วยสิวที่หว่างคิ้วและขมับด้วยค่ะ)
  3. ดื่มน้ำให้ถูกต้อง คือ ไม่ดื่มน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาเท่านั้น เช้าหลังตื่นนอนทันที 2 แก้ว ถ้าหากผสมกับมะนาวและเกลือแกง (สัก 1 ช้อนชา) จะช่วยชำระล้างลำไส้ได้ดีค่ะ ก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างอาหารและหลังอาหาร 30-45 นาที ไม่ควรดื่มน้ำเกิน 1/2 แก้ว ไม่ดื่มชา กาแฟ น้ำหวาน แอลกอฮอล์ ระหว่างวันให้จิบน้ำ อย่าดื่มพรวด ๆ เพราะร่างกายจะไม่ทันเอาไปใช้ บางท่านดื่มน้ำมากไป จะมีสิวบวม ๆ ไม่มีหัวค่ะ (สิวแบบนี้อาจเกิดจากการทานเค็ม หรือ มีปัญหาที่ไตนะคะ ระบายน้ำไม่ดี รักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกายไม่ได้) สิวแบบนี้จะหายได้ถ้ามีการระบายน้ำอย่างเหมาะสม หรือ สมดุลแร่ธาตุกลับคืนมา และก่อนนอนดื่มน้ำอีก 1 แก้วค่ะ
  4. Detox จิตใจทุกวัน ไม่ควรแบกความเครียดสะสมไว้ทุกวัน อะไรปล่อยวางได้ ปล่อยไป ใครที่ชอบมีอารมณ์ลบ ๆ ชอบโมโห ใจร้อน โกรธ ฯลฯ ให้ Detox ออกทุกวันนะคะ ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองสบายใจจากภายใน ให้ใจปลอดโปร่งโล่งสบาย จิตใจสำคัญมากนะคะ ผู้ถือศีล 5 เป็นประจำ ผิวพรรณจะผ่องใสขึ้นนะคะ นี่เรื่องจริงเลย สำหรับผู้นับถือศาสนาอื่น สามารถปฏิบัติตามแนวทางของศาสนานั้น ๆ ได้เลยค่ะ ดีทั้งนั้นล่ะค่ะ
  5. ฝึก หายใจเข้าออกลึก ๆ และลองหัดออกกำลังที่ไม่หนักแต่ได้การหมุนเวียนและปรับสมดุลพลังงานและคลื่น แม่เหล็กในร่างกาย เช่น โยคะ ไทเก๊ก ฯลฯ ทำนองนี้ดูค่ะ เพราะ การออกกำลังหนัก ๆ มักจะเป็นโทษต่อร่างกายมากกว่าค่ะ จะทำให้หัวใจทำงานหนักไป เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายจำนวนมาก ๆ และถ้าร่างกายกำจัดไม่ทัน อนุมูลเหล่านี้จะกลับมาทำร้ายเซลล์ค่ะ
  6. ดูแลผิวให้ถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แรงเกินไปสำหรับผิวค่ะ

สิ่งที่บีมแนะนำให้ทำเพิ่มเติม

  1. สวนล้างลำไส้ ในรายที่ไม่สามารถใช้กาแฟได้เพราะใช้แล้วใจสั่น ตัวร้อนไป ไม่สบายตัวเลย ให้เปลี่ยนไปใช้ย่านางหรือใบเตยแทนค่ะ
  2. ทาน อาหาร สมุนไพร หรืออาหารเสริมที่ช่วยบำรุงตับ ล้างไขมันในตับและในลำไส้ ช่วยบำรุงเลือด ล้างพิษในเลือด บำรุงไต เท่าที่บีมทราบถ้าหากเป็นของฝรั่งจะเป็น Milk Thistle ค่ะ (บีมเคยทานของ Blackmore บีมว่าโอเคเลยนะ แต่เมืองไทยเหมือนจะยังไม่มีขายค่ะ) ส่วนสมุนไพรไทยจะมี ตรีผลาหรือจตุผลาธิกะ ลองหาข้อมูลดูนะคะ จริง ๆ ของดี ๆ ในเมืองไทยมีเยอะค่ะ ลองค้นหาข้อมูลดู

ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมที่บีมเคยเขียนและนำเสนอเอาไว้และคิดว่ายังใช้ได้อยู่

ส่วนข้อมูลต่อไปนี้ บีมขอแก้ไขจากบทความที่ผ่าน ๆ มานะคะ

  1. บี มเลิกใช้สบู่ Softy สูตรกาแฟไปประมาณเดือนที่ 2 ของการใช้ค่ะ และกลับมาใช้อีกนิดหน่อยก่อนจะมาเจอเวชสำอางที่ใช้จนถึงปัจจุบัน (ไม่ได้ขายของค่ะ แต่บอกความจริงนะ ใครจะใช้อะไรก็ตามสบายเลยค่ะ ไม่ต้องใช้แบบบีมหรือของบีมก็ได้ค่ะ เลือกตามความเหมาะสม) ที่เลิกใช้เพราะ ผิวหน้ามันเริ่มแห้งมากไป แม้มันจะขาวใสขึ้นก็เถอะค่ะ หน้าเริ่มเหี่ยว ๆ มีรอยเล็ก ๆ และหน้าเริ่มมันระหว่างวันมากขึ้น ก็เลยพอละ
  2. สูตร Wai ที่บีมเคยทานนั้น บีมในวันนี้ย้อนกลับไปมอง รู้สึกว่า สูตร Wai นั้นแม้จะทำให้หน้าของบีมเรียบเนียนเร็วแต่ก็ไปเฉพาะอุดตันนะคะ สิวที่บริเวณกรามยังขึ้นต่อเนื่องอยู่เหมือนกัน และมันเป็นสูตรที่หินมาก ๆ ทำให้เรารู้สึกเวียนหัว เบาหวิว หงุดหงิด อารมณ์เหวี่ยงได้มากมาย และพอเราไปเจออาหารที่เราเคยชอบ เราจะยั้งใจไม่ค่อยอยู่เลยค่ะ และตบะแตกได้ง่ายมาก ๆ บีมคิดว่าเพื่อน ๆ ดูไว้เป็นแนวทางได้ จะทดลองดูก็ได้ แต่บีม (ณ วันนี้) ไม่ค่อยอยากแนะนำเลยค่ะ และการทานไข่แดงดิบ บีมเองไม่ค่อยแน่ใจเรื่องของความสะอาดของไข่ดิบบ้านเรา ส่วนที่จำหน่ายตามห้างก็อาจจะเป็นแบบฆ่าเชื้อค่ะ ซึ่งตามสูตร Wai เค้าบอกว่าไข่ที่ผ่านการฆ่าเชื้อก็ทำให้โปรตีนในไข่เปลี่ยนรูปได้ซึ่งอาจไม่ ได้ผลค่ะ
  3. ไม่ควรทานเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้โดยไม่ทานอาหารอื่นเลยเป็น เวลาต่อเนื่องกันเป็นหลายสัปดาห์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ค่ะ บีมคิดว่าควรกำหนดเวลาล้างพิษให้ตัวเองหรือทานเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้ เช่น 1 วัน 3 วัน 7 วัน หรือ 14 วัน ซึ่งบีมแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองหาข้อมูลโปรแกรมล้างพิษที่จัดโดยนักโภชนการหรือผู้ชำนาญในด้านธรรมชาติ บำบัดค่ะ บีมเห็นหนังสือหลาย ๆ เล่มในร้านหนังสือก็มีข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมล้างพิษอยู่เหมือนกันค่ะ
  4. ไข่ แดงทาหน้า บีมจำไม่ได้แล้วว่าเหตุผลที่ทำให้หายจากสิวคืออะไร แต่เท่าที่จำได้คือ ในไข่แดงมีวิตามินเอและมีสังกะสีและสารอาหารมากมายหลายตัวซึ่งเมื่อทาบน ผิวนอกจากผิวจะชุ่มชื้นแล้วยังเป็นการเติมอาหารให้ผิวอีกด้วยค่ะ (แต่ไม่แน่ใจว่าโมเลกุลของสารอาหารจะซึมซาบได้มากน้อยเท่าไหร่นะคะ)
  5. การ สวนลำไส้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสวนแล้วใสได้เลยนะคะ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ที่บีมสวนแล้วดีขึ้นเลย ใสเลยเพราะบีมดูแลร่างกายมาหลายเดือนแล้วค่ะก่อนมาสวนลำไส้ และพอไขกุญแจตัวสุดท้ายคือ ไขมันในตับออกแล้ว สิวก็เริ่มดีขึ้นมากมายตั้งแต่นั้นมาค่ะ และบีมก็ยังคงดูแลตัวเองตามแนวทางนี้อยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะการเลือกอาหาร การนอน การขับถ่าย และการล้างพิษจิตใจค่ะ ออกกำลังกายบีมจะเล่นโยคะแบบง่าย ๆ แกว่งแขน ยืดตัว รำกระบองบ้างค่ะ ให้เลือดลมหมุนเวียน

ข้อมูลเบื้องต้นประมาณนี้น่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ ดูแลผิวเป็นสิวตามแนวทางของบีมและธรรมชาติบำบัดเบื้องต้นได้นะคะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s