สิวกับการแพทย์ 2 กระแส

สิวกับการแพทย์ 2 กระแส

คนที่หาหมอมาสักพัก อาจจะรู้แล้วว่า ทางเลือกในการรักษาสิวนั้นมันมีหลัก ๆ 2 กระแสคือ

แพทย์กระแสหลัก

ภาษา อังกฤษใช้ว่า Main Stream Medicine ซึ่งจากความรู้งูๆปลาๆของบีมตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จำไม่ได้แล้วว่าวิชาอะไร แต่พูดเรื่องหมอ 2 กระแสนี่แหละค่ะ บอกว่า การแพทย์กระแสหลักหรือแม้แต่วิทยาศาสตร์เองนั้น แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา เพราะแนวคิดเบื้องหลังของแพทย์กระแสหลักที่อ้างอิงบนวิทยาศาสตร์นั้น จะมองสิ่งต่าง ๆ “แยกออกจากกัน”

มองมนุษย์มหัศจรรย์และยิ่งใหญ่กว่าสรรพสิ่ง

คือมองว่า คน ไม่เกี่ยวกับ ต้นไม้ ไม่เกี่ยวกับ แมว ไม่เกี่ยวกับ ข้าว

ของแต่ละอย่างแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง และ “คน” “คอนโทรล” “ทุกสิ่ง”

ทำ ให้เวลาแก้ปัญหาอะไร จะพยายามมองทีละจุด หาต้นตอของปัญหา (ซึ่งก็ถูกต้อง จะแก้ปัญหาก็ต้องมองต้นตอ) และแก้ที่จุดนั้น โดยที่ไม่ได้นำ “ปัจจัยแวดล้อม” หรือ “บริบท” เข้ามาวิเคราะห์กับสิ่งที่เป็นปัญหานั้นด้วย

สิ่ง ที่เราสามารถมองเห็นชัดเจน คือ เวลาเราปวดหัว ถ้าเป็นแพทย์กระแสนี้ เค้าก็จะบอกว่า ปวดหัวก็มีสาเหตุจากหัว ก็กินยาแก้ปวดหัว พอกินยาแก้ปวดหัว มันหายแล้ว ก็ปวดท้องเพราะยากัดกระเพาะ และก็ต้องไปซื้อยาเคลือบกระเพาะมาอีก กินนาน ๆ แผลหาย ก็กลายเป็นโรคท้องผูกอีก ก็ต้องกินยาระบาย นี่ล่ะค่ะ แพทย์กระแสหลัก

แต่ ในเสียก็มีดีค่ะ ไม่มีอะไรแย่ไปซะหมด เพราะกระแสหลักนี้ จะดีตอนที่ “ฉุกเฉิน” เช่นว่า คนโดนรถชน ก็ดามเหล็ก ผ่าตัด อะไรก็ว่าไป คือ อะไรที่ด่วน ๆ แพทย์กระแสหลักจะดีกับตรงนั้น เพราะมันเป็นการรักษา “เฉพาะจุด”

แต่วิธีนี้ ทำให้เราต้องพึ่งหมอและยาตลอดชีวิต ซึ่งจริง ๆ แล้ว การแพทย์ที่ดีนั้น ควรเน้นให้ องค์ความรู้อยู่กับคนเดินดิน แม้เค้าจะไม่ได้มาเจอหมอ เค้าก็ต้องดูแลตัวเองให้หายได้ จริง ๆ แล้วหน้าที่ของแพทย์หรือบุคลากรทางสาธารณสุขคือ ทำงานแนวป้องกันเชิงสุขภาพ ไม่ใช่ “แก้ไข” จึงจะถูกต้อง และไม่ควรจะให้ความรู้กระจุกตัวอยู่แต่ในสถาบันการศึกษา ชาวบ้านร้านตลาดควรจะมีโอกาสได้รับความรู้ที่เข้าใจง่ายและถูกต้อง สามารถนำไปป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ได้ถูกต้องค่ะ

แพทย์ทางเลือก

ภาษาอังกฤษมักใช้ว่า Alternative Medicine

คือ การรักษาหรือป้องกันโรคที่นอกเหนือไปจากกระแสหลักค่ะ บีมคิดว่า ที่นับรวมเข้ากับแนวนี้คือ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน โฮมีโอพาธี ชีวจิต ฯลฯ

แพทย์ แนวนี้ จะมีรากฐานมาจากปรัชญาตะวันออก ต้นสายมาจาก จีนและอินเดียเป็นหลัก เท่าที่บีมดูข้อมูลใน google ตอนนี้ประเทศตะวันตกนอกจากจะหันมานับถือพุทธกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เด็กวัยรุ่นก็กินเจกันมากขึ้น และพวกเค้าเริ่มหันมาสนใจการรักษาแบบองค์รวม หรือ Holistic กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ใช้ยาลดลง เพราะเค้ามองเห็นโทษภัยของมัน

แพทย์ แนวนี้ จะมองร่างกายเป็นส่วนที่สัมพันธ์กันของระบบต่าง ๆ เมื่ออวัยวะใดป่วยหรือเสื่อม ย่อมต้องสัมพันธ์กับอวัยะอื่น ๆ และคนก็เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของธรรมชาติ ดังนั้น นอกจากจะดูแลตัวเราเองแล้ว เรายังต้องรู้จักดูแลสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่อาศัยหรือทำงานให้ดี เพราะมันส่งผลกับเราโดยตรง

นั่นเป็นที่มาของ โหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย ภูมิปัญญาเก่าแก่ของจีนที่สืบทอดมาและยังคงใช้ได้ดีอยู่ในปัจจุบัน

นั่น คือ เหตุผลว่า ทำไมเวลาดูแลร่างกาย จึงต้องดูแล “ทั้งระบบ” หรือ ทำไมการจัดบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย หรือ ให้เปิดรับพลังงานแห่งธรรมชาติ จึงส่งผลให้ชีวิตรุ่งเรือง มีสุขภาพดีได้ค่ะ

เรื่องเหล่านี้เป็น ศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนพอ ๆ กับหลักธรรมของพระพุทธองค์ ผู้ปฏิบัติและไตร่ตรองด้วยดวงตาแห่งความจริงเท่านั้นจึงจะมองเห็น

ดังนั้นจึงไม่แปลก ถ้าเราจะเห็นว่างานวิจัยของแพทย์ทั้ง 2 สายอาจจะโต้ตอบกันไปมาให้เราเวียนหัวเล่น

จำได้มั้ยคะที่บีมเปรียบเทียบว่าคนเรามี “เลนส์” มองโลกไม่เหมือนกัน

ไม่ ต้องเชื่อใครหรอกค่ะ พิสูจน์และไตร่ตรองด้วยตัวเอง จนเห็นว่าอะไรดีจริงต่อตัวเองก็รับเข้ามาใช้ แค่นั้นแหละ ไม่ต้องคิดมาก ปล่อยเค้าตีกันไป เราแค่มีหน้าที่ใช้ “ปัญญา” มองให้ออกว่า ใครมีวัตถุประสงค์ซ๋อนเร้นอะไรรึเปล่า ใครอยู่เบื้องหลังงานวิจัย เค้าพูดมีเหตุผลมั้ย เป็นไปได้มั้ย ถ้าเรายังสงสัยก็หาข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าลงมือปฏิบัติได้ก็ลองทำดู ถ้าดีก็รับเข้ามาใช้ เอาว่าเราสบายใจที่สุดก็แล้วกันค่ะ

You Always Have Choices เรามีทางเลือกเสมอ และต้องกล้ารับผิดชอบต่อผลที่จะตามมาค่ะ กล้าเลือกและกล้ารับ เพราะมันเป็นชีวิตเรา แค่นั้นเอง

พูดมายาว ถ้าเกี่ยวกับเรื่องสิว ก็สั้นๆง่ายๆ ค่ะ การไปหาหมอและรักษาแต่ที่หน้า ถือว่า เป็นแพทย์กระแสหลักค่ะ ที่จะให้กินยา ทายา ไม่ว่ามันจะไปทำร้ายร่างกายส่วนไหนก็ตาม แต่ถ้าหน้าหาย ถือว่าโอเค (เพราะนั่นคือหัวใจของธุรกิจเค้าค่ะ คนไข้ต้องหน้าหาย อย่างอื่น เค้าไม่ต้องรับผิดชอบ เราเป็นไต เป็นตับ ก็ไปหาหมออื่นเอาเอง นี่คือ ระบบของการแพทย์กระแสหลักค่ะ)

แต่ถ้าวิธีใดก็ตาม ที่เราต้องแก้อะไรที่มากไปกว่าใบหน้า ซึ่งอะไรที่เกิดบนหน้าถือว่าเป็น กระจกสะท้อนอวัยวะภายใน ใครอยากรู้ว่าข้างในตัวเองเป็นอย่างไร ก็ดูหน้าตอนที่ไม่ทายากับเครื่องสำอางค์เลยนั่นล่ะค่ะ

เหล่า นี้คือ วิธีการของแพทย์ทางเลือก ซึ่งจะให้ผลดีในระยะยาว เพราะร่างกายดีขึ้นทั้งระบบ และผิวซึ่งเป็นกระจกสะท้อนระบบ มันจะไม่ดีได้อย่างไรคะ ถ้าข้างในเราสะอาดและสมบูรณ์

ถูกต้องมั้ยคะ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s