อาหารมนุษย์ถ้ำกับสุขภาพ

Apr 7, 2010

อาหารมนุษย์ถ้ำกับสุขภาพ

วันนี้ตอนเช้า ได้อ่านหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ วันที่ 2 เม.ย. 53

บีมไม่ได้อ่านมานานละ แต่พอได้เปิดก็ไม่ผิดหวัง และบีมจะเป็นคนเปิดหนังสือจากหน้าสุดท้ายมาหาหน้าแรก ไม่รู้เป็นอะไรค่ะ

คือ ใจนึง บีมคิดว่า หน้าหลัง ๆ มันจะมีวาไรตี้ มีหลากหลายเนื้อหาดี เพราะช่วงแรก ๆ มันจะเป็นแนวเหตุบ้านการเมือง ซึ่งไม่อยากอ่านตอนเช้า เพราะมันจะทำให้เรามีพลังงานด้านลบเข้าหาตัวแต่เช้า เลยอ่านเรื่องอื่นก่อน เอาไว้เป็นภูมิต้านทานด้านอารมณ์ระหว่างวัน

ช่วงนี้ นอกจากภูมิต้านทานด้านร่างกายแล้ว เรายังต้องเสริมเพิ่มภูมิต้านทานด้านอารมณ์ให้มากค่ะ

ถ้า ใครเล่น Facebook คงจะเห็นว่าบีมเริ่มแสดงจุดยืนทางการเมืองบ้าง เพราะบีมคิดว่า เราเองก็มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น และมีสิทธิให้คนที่กระทำการไม่สมควร มีความเห็นผิด ได้รู้ว่าคนอื่น ๆ เค้ามีความเห็นต่อการกระทำของตัวเองอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นกระจกสะท้อน เพราะบางทีคนเราก็มีอะไรบางอย่างครอบงำจนลืมตัว…ต้องมีคนมาสะท้อน จะสะท้อนแรงหรือเบา ก็ควรจะต้องมี บีมคิดว่าเช่นนั้นค่ะ

เพราะที่ผ่านมา คนพวกนี้ คิดว่าเค้าเป็นเจ้าของประเทศไทย

บีมไปเชียงใหม่ ก็มีพวกนี้เต็มไปหมด ไปขนส่ง ก็ชวนไปกรุงเทพ พอเราไม่ไปก็หาว่าไม่รักชาติ

แล้ว ที่บีมตอบอีเมล ไหว้พระ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล ถ่อสังขารไปเลือกซื้อ web cam ซื้อไมค์ (เอามาก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี) อ่านหนังสือเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติม เขียนหนังสือ รักษาศีล ดูแลแมว ปอกผลไม้ให้พ่อแม่ ดูแลน้อง

แบบนี้ไม่รักในหลวงรึ?

ใครกันแน่ที่ไม่รัก ไปเดินเย้ว ๆ เบียดเบียนชีวิตคนอื่นให้เดือดร้อน แบบนั้นเรียกรักชาติรึ?

สงสัยจริง ๆ ว่าเอาตรรกะส่วนไหนคิด?

สิ่ง ดีงาม แค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำด้วยใจ บีมคิดว่า ถ้าในหลวงท่านได้ทราบ ท่านก็คงรู้สึกดีกว่าได้รับทราบข่าวพสกนิกรของท่านไปสร้างความเสียหายให้กับ ธุรกิจในย่านราชประสงค์และเพื่อน ๆ ชาวกรุงเทพเป็นไหน ๆ

บีมเรียน รัฐศาสตร์มา บีมพอจะเข้าใจค่ะว่า โครงสร้างทางความคิดของคนที่เรียกร้องให้โค่นระบอบอัมมาตย์นั้นคือ อะไร….เพราะบีมก็เคยเป็น บีมยอมรับว่าเป็นแบบนั้นมาก่อนจะมีเสื้อแดงซะอีก

แต่ดีที่พระยังคุ้มครองให้เรากลับตัวทัน….ก่อนนรกจะกินหัวไปมากกว่านั้น

ดังนั้น ถามว่าบีมเข้าใจพวกเสื้อแดงมั้ย เข้าใจนะ…เพราะเคยคิดแบบนั้น

แต่ มันไม่ practical หรอก คนเอเชีย ยังไงก็มีความคิดของบรรดาศักดิ์ หรือเจ้าขุนมูลนายหลงเหลืออยู่เยอะ จะปฏิรูปให้เป็นประชาธิปไตยยังไง ก็ได้ไม่เหมือนฝรั่งหรอกค่ะ

เพราะรากฐานปรัชญาแนวคิด มันไม่เหมือนกันเลย คนไทยไม่มีทางเข้าใจฝรั่งได้เต็มร้อยหรอก ถ้าคุณไม่ศึกษาจริง ๆ ถูกมั้ยคะ

ชาติ ไหนก็ไม่เหมือนกัน ประชาธิปไตยของไทย จะให้ไปเหมือนกับอเมริกาเด๊ะ ๆ ก็ไม่ได้ (บีมเคยเรียนวิชาทั้งการเมืองไทยและการเมืองอเมริกาค่ะ เลยพอจะเห็นภาพว่า รากลึกของวัฒนธรรมแบบเทพเจ้าและเจ้าขุนมูลนายของไทย อย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เราเป็นประชาธิปไตยได้แบบตะวันตก)

……………………… จบค่ะ……………………เรามาต่อเรื่องดี ๆ ของเราดีกว่า

พอดีไปเจอบทความของ ดร.วินัย ดะห์ลัน ในหัวข้อ อาหารมนุษย์ถ้ำ

บทความนี้ให้มุุมมองที่แตกต่างไปจากที่บีมได้รับและปฏิบัติมาในเรื่องของสารอาหารให้พลังงาน

แต่ก่อนที่จะมาอ่านบทความนี้ บีมเข้าใจว่า ร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบฯ เป็นหลัก ไขมันกับโปรตีนเป็นรอง…

บท ความนี้พูดในทางตรงข้ามคือ ร่างกายของมนุษย์ในสมัยยุคถ้ำนั้น ได้รับพลังงานจากไขมันและโปรตีนเป็นหลัก อาหารอื่น ๆ ก็จะมีผักมีหญ้า มีผลไม้ โดยได้รับจากพวกข้าวหรือคาร์โบฯน้อยมาก

ดังนั้น ร่างกายจึงมีอินซูลินที่เป็นฮอร์โมนตัวเดียวที่จะจัดการเกี่ยวกับคาร์โบและกลูโคสในร่างกาย

ดังนั้น การที่คนในยุคปัจจุบันเจ็บป่วย เป็นเพราะรับ คาร์โบฯ และน้ำตาล (คาร์โบฯ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคส) มากเกินไป ซึ่งทำให้ร่างกายต้องผลิตอินซูลินปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก เพื่อที่จะมาดึงเอาปริมาณน้ำตาลในเลือดไปใช้ พอมีอินซูลินมาก ๆ เข้า ก็จะเกิดภาวะร่างกายดื้ออินซูลิน พอดื้อปุ๊บ ร่างกายจะไม่อยากเอาอินซูลินมาใช้ละ เบื่อ…เยอะละ ก็เลยปล่อยให้น้ำตาลมันลอยละล่องอยู่ในเลือดนั่นแหละ

เวลาปัสสาวะ มดเลยมาขอส่วนแบ่งน้ำตาลไป

คราว นี้ ตามหลักทั่วไป เมื่อของอะไรก็ตามที่เยอะเกินไป ร่างกายจะพยายามขับออกหรือตัวมันเองจะเปลี่ยนเป็นอนุมูลอิสระแทน น้ำตาลที่ลอยละล่อง ส่วนหนึ่งก็จะออกมากับปัสสาวะ และส่วนที่ตกค้างจะไปทำร้ายเซลล์ของเราให้เสียหาย

นอกจากนี้มีกลไก บางอย่างที่ทำให้ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นตามมาจากการที่น้ำตาลมากเกินไปด้วย จึงทำให้ร่างกายของเรา นอกจากจะมีน้ำตาลที่เป็นอาหารของเชื้อโรคด้วยแล้ว เป็นสารเพิ่มความอักเสบทำร้ายเซลล์ ทำให้เซลล์แก่ เสื่อม มีสิว ผิวไม่สดใส ฯลฯ ก็ยังมีไขมันพอกพูนด้วย จึงทำให้หน้ามันตามมาค่ะ และยังมีปัญหาเรื่องของไขมันพอกตับ ซีสต์ที่รังไข่ และไขมันที่ไม่ถูกนำไปใช้ ถ้าไม่ถูกนำไปเก็บในกล้ามเนื้อ ก็จะรวมตัวกับอนุมูลอิสระแล้วกลายเป็นไขมันเสีย ไปโดนเนื้อเยื่อส่วนใด ก็จะเสียสภาพไปด้วย ทำให้เกิดมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่น ๆ

นี่อาจจะ เป็นสาเหตุว่า ทำไมรุ่นคุณปู่คุณย่าถึงผิวพรรณดี แต่ทำไมรุ่นเราที่อาหารการกินเปลี่ยนไป จึงมีสิวกันได้ หรือต้องหาอะไรมาใส่ผิวมากกว่ารุ่นคุณย่ายังสาวเสียอีก เป็นสาเหตุที่เราสวยธรรมชาติไม่ได้นั่นเองค่ะ

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การรับคาร์โบฯมากเกินไป ทำให้ร่างกายของคนในยุคนี้เจ็บป่วยนั่นเอง

ดร.ได้ กล่าวว่า แต่การที่คนเราทานคาร์โบฯมากนี้ เป็นผลมาจากต้นทุนที่ถูกกว่า อาหารประเภทอื่น ๆ กรรมวิธีผลิตก็แสนง่ายกว่า และเป็นเรื่องของการทำการตลาด ซึ่งสวนทางกับความต้องการของร่างกาย

ชอบที่ ดร. ท่านใช้คำกล่าวว่า “กลไกทางเศรษฐกิจจึงมีอิทธิพลเหนือกลไกทางเมแทบอลิซึ่ม”

ในทางศาสตร์ชะลอความชรา ได้กล่าวว่า อาหารสร้างความแก่ตัวร้ายคือ แป้งและน้ำตาล

ดัง นั้น จึงเป็นสิ่งที่อาจจะเป็นเหตุเป็นผลกันได้ค่ะ ว่าแป้งและน้ำตาล ได้รับมากเกินความจำเป็นไปจริง ๆ สำหรับวิถีชีวิตในปัจจุบัน และกระทรวงศึกษาธิการอาจจะต้องกลับไปปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเรียนสุขศึกษา ของเด็ก ๆ ใหม่ได้แล้วนะคะ

ไม่งั้นก็กินผิดไปตลอดชีวิตแบบนี้ล่ะ

ต้อง มาค้นหาเอาข้อมูลเองตอนโตตอนที่มีโรคเกิดขึ้นแล้ว …. เพื่อประหยัดต้นทุนด้านสุขภาพและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในระยะยาว ทำไมไม่ปฏฺิรูปเนื้อหาให้มันใช้ได้จริง ไม่ใช่กี่ปี ๆ ก็เขียนแบบเดิม

เอา ว่า เด็กนักเรียนที่ไปเรียนหนังสือมีสุขภาพจิตและกายดี ก็แสดงว่าโรงเรียนนั้นได้มาตรฐานแล้วค่ะ คุณไม่ต้องไปวัดเกรดหรอก วัดดูดีกว่า ว่าเวลาเด็กจะหยิบจับอะไรมากิน เค้าหยิบอะไร วัดกันตรงนั้นละกัน

จากข้อมูลของ ดร.วินัย….

อาหารมนุษย์ ถ้ำ (Caveman diet) มีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกเช่น Paleolithic diet โดยเรียกสั้น ๆ ว่า Paleo diet หรือ Stone age diet, Hunter gatherer diet

ผู้ที่พัฒนาสูตรนี้มีหลายคน คนแรกคือ Walter L.Voegtlin หลัง ๆ ก็มีการพัฒนาสูตรแตกต่างกันไป

แต่โดยหลัก ๆ แล้ว อาหารมนุษย์ถ้ำเน้นการบริโภคอาหารประเภท

  • เนื้อสัตว์
  • ปลา
  • ผัก
  • ผลไม้
  • พืชประเภทหัว เช่น แครอท หัวไชเท้า
  • ถั่วเปลือกแข็ง

งดเว้น

  • ธัญพืช
  • ถั่วเมล็ดแห้ง
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • น้ำมันพืช

ภายในอนุโลมให้ใช้นมพร่องมันเนย ข้าวกล้อง แป้งสาลีชนิดไม่ขัดสี รวมถึงมันฝรั่ง เพิ่มเติมได้

ซึ่งสูตรนี้ ถือว่าเป็นสูตรทางเลือก คำว่าทางเลือก คือ ผู้บริโภคพิจารณาได้เองว่าจะทานหรือไม่ เหมาะสมกับท่านเพียงใด

และ ในมุมมองของบีม บีมคิดว่า สรีระของมนุษย์รวมถึงโครงสร้างทาง DNA มันย่อมมีการวิวัฒนาการไปจากเดิม ร่างกายของมนุษย์ยุคนี้ อาจจะมีรายละเอียดบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง

และสิ่งที่บีมคิดว่า บีมไม่น่าจะรับแนวคิดหรือสูตรการทานของเค้ามาทั้งหมด เพราะบีมไม่เชื่อว่า กินเนื้อสัตว์แล้วจะดี

ถ้าเป็นปลา ก็ยังพอโอเค แต่ถ้าให้กินเนื้อสัตว์ใหญ่ บีมคงไม่เอา

เพราะ สมัยนี้ ร่างกายของมนุษย์เราไม่จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อและพลังงานมากเท่ากับคนในยุค ถ้ำ ที่ต้องเดินทางตลอด ยังไม่มีหลักแหล่ง ในแต่ละวันต้องล่าสัตว์ หาอาหาร

บีมจึงคิดว่า การทานเนื้อสัตว์สำหรับมนุษย์ยุคแรกคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเค้าเพราะเค้าต้องมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่จึงจะอยู่รอดได้

บีมจึงคิดว่า สำหรับเรา แค่ปลาก็คงโอเคแล้ว ยกเว้นนักกีฬาที่ต้องสร้างกล้ามเนื้อ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ส่วนไขมันนั้น เป็นเรื่องที่บีมอยากจะให้เพื่อน ๆ ศึกษาให้ดี

การขาดไขมันนั้นจะทำให้ฮอร์โมนทำงานพร่องไปหลายอย่างเลยทีเดียว

ใครคิดว่ากินไขมันแล้วหน้ามัน

บีมคิดว่า หันมาลดแป้งกับน้ำตาลจะดีกว่าค่ะ ดีกว่าเยอะ

ลดไขมันทำให้ผิวเหี่ยว ไม่มีน้ำมีนวล

ซึ่งในหนังสือ ผิวสวย หน้าใส สไตล์อายุรวัฒน์ ของ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ที่ บีมกำลังอ่านอยู่นี้ ได้มีสูตรดูแลตัวเอง 7 วัน จะมีอยู่วันหนึ่ง เป็นวันแห่งการกินน้ำมันโดยแท้ค่ะ ^^ ท่านแนะนำว่า ให้ใช้น้ำมันประกอบอาหารหลาย ๆ ชนิด ไม่ควรกินน้ำมันชนิดเดียวกันซ้ำกันทุกวัน (คุณหมอหน้าเด็กมาก แต่เป็นถึงผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ค่ะ)

บีมจึงอยากให้เพื่อน ๆ ศึกษาเรื่องไขมันให้ดี เพราะการรู้เรื่องไขมันนี้ จะเป็นกุญแจอีกดอกที่สำคัญที่จะนำเพื่อน ๆ ไปสู่การมีสุขภาพและผิวพรรณที่ดีได้ค่ะ

ส่วนผักผลไม้ไม่ต้องพูดถึง ดีอยู่แล้ว แต่ขอให้รู้จักวิธีล้างให้สะอาด และเลือกผักจากแปลงที่มีดินอุดม เพราะพืชจะได้รับสารอาหารจากดินโดยตรงค่ะ

เพราะคุณหมอกฤษดา อธิบายว่า การกินพืชผักที่ปลูกในดินไม่ดีนั้น ก็เหมือนกับกินกากไม้ กากผัก กากหญ้า ซึ่งจะไม่ได้รับสารอาหารอะไรเลย

หวัง ว่าในบทความนี้ เพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองไปเพิ่มขึ้น และคงจะมีเหตุผลมากพอที่จะสวยโดยงดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลลงนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s